ขนมด่างและขนมถ้วย เหนียว..นุ่ม รสกลมกล่อม
10 กว่าปีก่อนโน้นนนนนนนน…(นานมั่กๆ)
เจ๊ แซบแอนด์แก๊งเพื่อนสาวเคยไปบุกตะลุยจังหวัดชุมพรกันมาแล้วครั้งหนึ่ง ในคราวนั้น เดอะแก๊งผู้ไม่ชำนาญทางพากันเดินหลงเข้าไปใน “ตลาดหมอพนัส” ตลาดสดกลางเมืองชุมพร ระหว่างที่เดินมึนๆ งงๆ อยู่นั้น พลันสายตาก็พาดผ่านไปเจอกับแผงขนมเล็กๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ท่ามกลางแผงผัก ผลไม้ เมื่อ “ความหิว” มาปะทะกับ “ความหอม” (ของขนม) ชาวคณะไม่ รอช้ารีบปรี่เข้ามาที่หน้าร้าน แต่พอเห็นขนมสีเขียวๆที่วางเรียงรายอยู่ก็ถึงกับอึ้งตะลึงงัน…”นี่มันอะไร หว่า…หน้าตาไม่คุ้น” เจ๊แซบจึงต้องสวมวิญญาณน้องนางบ้านนา ชี้แจงแถลงไขให้ เพื่อนสาวชาวกรุง ได้รู้จักกับ “ขนมด่าง” เป็นขนมที่นิยมขายคู่กับขนมถ้วย เนื้อแป้งสีเขียวเนียนนิ่งอยู่ในถ้วย แต่ถึงจะสีเขียวจัด รสชาติกลับไม่เหม็นเขียวอย่างที่เห็น เนื้อจะนุ่มๆ หยุ่นๆ ไม่มีรสชาติ ต้องราดด้วยน้ำตาลเคี่ยว และโรยงาเล็กน้อยเพิ่มความมัน เจ๊เคยหม่ำมาตั้งแต่ยังเป็นเบบี๊ มามี้ซื้อให้โซ้ยเป็นประจำ แต่ยิ่งโตยิ่งหาทานยาก จนมาเจอที่ตลาดชุมพร จำได้ว่า คำแรกที่ตักเข้าปาก…เจ๊ถึงกับน้ำตาซึมด้วยความปีติ…”โอ้วววว…คุณพระ …นี่แหละขนมด่างที่ตามหามานานแสนนาน” เนื้อแป้งนุ่ม เหนียว เคี้ยวพอสนุก ผสมผสานกับความหวาน หอม ของน้ำตาลเคี่ยวได้ อย่างลงตัวพอเหมาะพอดี รสชาติติดตรึงอยู่ที่ปลายลิ้นตั้งแต่วันนั้นจวบจนวันนี้!!
10 กว่าปีผ่านไป……
มี โอกาสได้กลับมาเยือนจังหวัดชุมพรอีกครั้งครา…เจ๊แซบไม่รอช้า รีบแหวกขี้ตาตื่นแต่เช้าพุ่งตรงไปที่ตลาดหมอพนัส เดินซอกแซกตามหาแผงขนมด่าง เดินไปเดินมาอยู่จนเกือบจะท้อใจ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นซึ้งนึ่งขนมวางเรียงกันอยู่ 4-5 แถว ส่งควันโขมง เจ๊แซบรีบตรงเข้าไปจนเห็นถ้วยขนมด่างสีเขียวอร่ามวางเรียงรายเต็มแผง แทงเข้าตาอย่างแรง จนเจ๊ห้ามใจไม่ไหวต้องคว้ามาหม่ำจนหายคิดถึง แล้วค่อยตั้งสติถามหาที่มาที่ไปของความแซบจาก “คุณป้าวัฒน์” ต้นตำรับ ที่แอบหลับอยู่หลังแผง (หุหุ)


” ป้าขายมาไม่นาน …แค่ 10 กว่าปีเอ๊งงงงง… (ไม่นานยังไง?) ป้าทำคนเดียวมาตั้งแต่แรกค่ะ ก่อนหน้านี้ ป้าขายผักที่ตลาด พอลูกหลานเข้ากรุงเทพฯ กันหมด ป้าก็ไม่มีคนช่วยก็เลยเปลี่ยนมาขายขนมแทน พอดีว่าไปซื้อเขากินบ่อยๆ แล้วรู้สึกว่ามันไม่อร่อย เลยคิดทำขายเองค่ะ คือป้าชอบกินขนมด่างมาตั้งแต่เด็กๆ เป็นขนมที่ชอบมาก เพราะคิดว่าอยากทำก็เลยลองทำ ผสมไปผสมมาจนได้เป็นสูตรของเราเอง” ป้าวัฒน์ สลัดความง่วงแล้วเล่าถึงอดีตให้ เจ๊แซบฟังอย่างอารมณ์ดี
การทำขนม ด่าง เคล็ดลับสำคัญอยู่ที่ส่วนผสมของแป้ง น้ำ และน้ำด่าง ต้องได้ สัดส่วนที่พอเหมาะพอดี ไม่ให้ มันเหนียว หรือนิ่มเกินไป ตลอดเวลากว่า 10 ปีที่ขายมา ป้าวัฒน์ใช้ประสบการณ์ และความชำนาญในการผสม แป้งอย่างแม่นยำ ไม่ได้ทำสูตรหรืออัตราส่วนไว้ให้คนอื่นดู คิดเอง ทำเอง รู้เองอยู่คนเดียว คุณป้าบอกว่าไม่ได้อยาก
เก็บความลับ แต่ “มันบอกไม่ถูก…ไม่รู้จะบอกยังไงจ้ะ” เอาเป็น ว่า ถ้าอยากรู้ต้องไปแอบดูเอาเอง (ฮา)
ป้า วัฒน์ใช้แป้งข้าวเจ้ายี่ห้อประจำ ที่ทำแล้วนุ่มเหนียวกำลังดี ป้าเน้นว่าต้องเป็นยี่ห้อนี้เท่านั้นถึงจะหม่ำมันส์ถึงใจ ใครอยากรู้ว่ายี่ห้ออะไรต้องไปถามเป็นการส่วนตัว (หุหุ)
หลังจาก ผสมแป้งเหนียวได้ที่แล้ว ค่อยนำมาผสมกับน้ำใบเตย ป้าวัฒน์ใช้ใบเตยตัดสดมาทำความสะอาด หั่น ปั่น และกรอง จนเหลือแต่น้ำแล้วนำมาใส่ในแป้ง คนให้สีเขียวของใบเตยกระจายผสมเป็นเนื้อเดียวกับเนื้อแป้ง แล้วนำมาตักใส่ถ้วยแบบเดียวกับขนมถ้วยแล้วจึงนำไปนึ่งให้สุก

“ป้าวัฒน์”
ตัว เนื้อแป้งขนมด่างอย่างเดียวไม่มีรสชาติ จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆของแป้งและใบเตย เวลาโซ้ยต้องราดด้วยน้ำตาลเคี่ยวเป็นน้ำตาลมะพร้าวอย่างดี ทั้งหวาน ทั้งหอม นำมาเคี่ยวกับน้ำจนเป็นยางมะตูม แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง วางทิ้งไว้ให้เย็น น้ำตาลเคี่ยวของป้าวัฒน์เหนียวกำลังดี หอม หวาน ชื่นใจ จะใส่มากหรือใส่น้อยได้ตามความชอบ
ขาโซ้ยที่นิยม ความมันในการหม่ำ คุณป้ามีงาคั่วใหม่ๆไว้ให้โรยหน้า เป็นงาอย่างดีล้างจนสะอาด และคั่วให้กรอบ ส่งกลิ่นหอมกรุ่น
แผง ขนมป้าวัฒน์เปิดขายทุกวัน ไม่มีวันหยุด นอกจากติดธุระหรือไม่ว่างจริงๆ ถึงจะปิดแผง นอกจากขนมด่างแล้ว ยังมี “ขนมถ้วย” หวาน มัน อร่อยลื่น ชื่นใจ ไว้คอยบริการ เคียงคู่กับขนมด่าง สำหรับใครที่ชอบ “ขนมเทียนใส่ไส้” แนะนำให้ลองชิมสูตรเฉพาะของป้าวัฒน์ แล้วจะติดใจ เนื้อแป้งนุ่ม ไส้เค็มรสชาติเข้มข้น
ป้าวัฒน์เริ่มเปิดแผงความหวานตั้งแต่ ตี 5-11 โมงเช้า แผงตั้งอยู่ในตลาดหมอพนัส ตัวเมืองจังหวัดชุมพร เข้ามาในตลาดถามหาแผงขนมถ้วยขนมด่างป้าวัฒน์ ถ้าเป็นคนพื้นที่ส่วนมากจะรู้จัก หรือถ้าอับจนหาคนชี้แนะไม่ได้ โทร.ถามที่เบอร์ 08-1494-0483 และ 0-7750-4426 ในแต่ละวันป้าทำขนมจำนวนไม่มาก ถ้าต้องการสั่งเยอะๆ ควรโทร.บอกล่วงหน้า 1 วัน เพื่อความชัวร์!

ทุก วันนี้ป้าวัฒน์ยังคงสนุกกับการทำขนมด่างให้คนรุ่นหลังให้ลิ้มลองของดีที่มี มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ถึงจะเป็นแผงเล็กๆในตลาด แต่คุณป้ายังรักษามาตรฐานไว้อย่างดี สิบปีก่อนอร่อยยังไง วันนี้ก็ยังอร่อยเหมือนเดิม “ป้าขายขนมด่างจนถึงทุกวันนี้เพราะป้าชอบกินค่ะ ป้าก็ตั้งใจทำให้ของเราอร่อย เพราะเราขายไป…เราก็กินไปด้วยค่ะ” ยืนยันหนักแน่นขนาดนี้…ต้องไปลองโซ้ยสักทีจะได้ รู้ว่าของเค้าดียังไง!!!
เจ๊แซบ หัวเขียว
