TH News

สิงหาคม 13, 2009

ไต้ฝุ่นถล่มปลาที่จีนตายเป็นเบือ

พายุ ไต้ฝุ่นมรกตพัดถล่มหลายพื้นที่ในเอเชีย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และผู้สูญหายจำนวนมาก ทั้งยังส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนพังเสียหาย ล่าสุดมีรายงานว่าเหตุพายุพัดถล่มทำให้ปลาทะเลตายเกลื่อนกว่าสิบตัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ ( 12 ส.ค.) ว่า ผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นมรกตที่พัดถล่มประเทศจีน ไต้หวัน และทางตอนเหนือของประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต สูญหาย และบ้านเรือนพังทลายแล้ว ยังส่งผลให้ปลาทะเลกว่าสิบตันลอยตายเกลื่อนทะเลสาบน้ำเค็มยันดัง ในมณฑลฟูเจี้ยน ของประเทศจีน

ด้านผู้จัดการทะเลสาปยันดัง อ้างว่า เกิดจากพายุไต้ฝุ่นมรกตพัดถล่ม เป็นเหตุให้ความเค็มในน้ำจากเดิมมี 25 – 28 % เหลือเพียง 3% และ ส่งผลให้ออกซิเจนในน้ำลดลง หนึ่งในเจ้าหน้าที่ดูแลทะเลสาบกล่าวว่าจะทำการเปิดประตูกั้นน้ำขึ้นเพื่อ เพิ่มปริมาณความเค็มในน้ำ เพราะขณะนี้น้อยมาก เป็นเหตุให้ปลาหลายสิบตันตายอย่างรวดเร็ว

สิงหาคม 10, 2009

แผ่นดินไหว 6.9ริกเตอร์ เขย่าญี่ปุ่น

เกิดแผ่นดินไหวในกรุงโตเกียว 6.9 ริกเตอร์ ทำให้ต้องหยุดบริการเดินรถไฟชั่วขณะ แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

สถานี โทรทัศน์เอ็นเอชเคของญี่ปุ่น รายงานว่า แผ่นดินไหวรู้สึกได้ในกรุงโตเกียวช่วงก่อนเวลา 20.00 น.เล็กน้อยวันนี้ตามท้องถิ่น ตรงกับเวลา 18.00 น.วันนี้ตามเวลาในไทย ทำให้ต้องหยุดให้บริการเดินรถไฟความเร็วสูงชั่วขณะเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย ของรางรถไฟ ยังไม่มีรายงานความเสียหายและคาดว่าจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายมากนัก เนื่องจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปใต้ดินถึง 340 กิโลเมตร

ราย งานช่าวระบุว่า 1 ใน 5 ของแผ่นดินไหวทั่วโลกที่มีความรุนแรงตั้งแต่ 6 ริกเตอร์ขึ้นไปเกิดขึ้นในญี่ปุ่น เช่น แผ่นดินไหวขนาด 6.8 ริกเตอร์ที่เมืองนีงาตะ ทางตอนเหนือของประเทศเมื่อเดือนตุลาคม 2547 มีผู้เสียชีวิต 65 คน บาดเจ็บมากกว่า 3,000 คน แผ่นดินไหวขนาด 7.3 ริกเตอร์ที่เมืองโกเบ เมื่อปี 2538 มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 6,400 คน.

สิงหาคม 9, 2009

ทำไมหนุ่มๆไม่ชอบพูด

เคยมั้ย ที่คุณต้องหงุดหงิดกับท่าทางชวนโมโหของหนุ่มๆ ที่ถามอะไร ชวนคุยเท่าไหร่ก็ไม่ยักพูด ตอบ หรืออธิบาย ราวกับว่าคำพูดแต่ละคำของเขาจะร่วงออกมาเป็นเงินเป็นทองยังไงยังงั้น

1.ที่แท้ก็เพราะความกลัวนี่เอง
ไม่ ต้องสงสัย ผู้หญิงย่อมเป็นเพศที่เลือกว่าเป็นเจ้าแม่ในการพูดมากกว่า พวกเธอสามารถจู่โจมด้วยคำถามหลายๆข้อราวกับโอปรา วินฟรีย์เข้าสิง หลังจากเธอซดกาแฟแก้วที่ 3 ที่สำคัญพวกเธอยังมีความสามารถพิเศษในการสืบเสาะหาความจริง เพื่อคาดเาเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่างๆเข้าหากัน นี่ยังไม่รวมสารพัดคำเจรจาที่สาวๆสามารถสรรหามาพูดได้ในทุกเรื่องและทุกเวลา

และ เพื่อให้การเจรจาประสบผลสูงสุด พวกเธอยังไม่ลืมหมั่นฝึกลับสมองในการตั้งคำถามและตอบปัญหากับเพื่อนๆเสมอ ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่หนุ่มๆรู้เป็นอย่างดี ดังนั้นผลที่ตามมาคือ ผู้ชายกลัวการที่จะพูดมากๆ เพราะหากเขาเผลอพูดอะไรผิดไปหล่ะก็ พวกเขาอาจตกอยู่ในสถานการณืที่เลวร้ายมากกว่า

2.ผู้ชายต้องการผ่อนคลายหรือลดความกดดัน

ในความคิดของผู้หญิง เมื่อผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเขาต้องสามารถบอกเล่ารายละเอียดว่าเกิดอะไรกับเขาบ้างในวันนี้
ขณะ ที่ในมุมมองของผู้ชาย พวกเขาแค่ต้องการว่าเมื่อเดินผ่านประตูเข้ามาจะสามารถเดินตรงไปยังห้องน้ำ เพื่อทำธุระส่วนตัว และสิ่งสุดท้ายที่พวกเขาจะคิดถึงก็คือ การสนทนาหรือถกปัญหาว่า วันนี้พระอาทิตย์ส่องแสงจ้าแค่ไหน หรือความน่ากลัวของปรากฏการณ์น้ำท่วมโลก อย่างไรก็ตามจากผลการสำรวจสิ่งที่ผู้ชายต้องการทำหลังจากกลับบ้าน พบว่า 14% ต้องการเช็คอีเมล 12%ต้องการใช้เวลาส่วนตัวในห้องน้ำ ขณะที่อีก 10 %ต้องการดินเนอร์ หรือจะสรุปง่ายๆว่า หลังจากที่พวกผู้ชายต้องใช้เวลาทั้งวัน เพื่อให้บริการคนอื่นแล้ว ดังนั้นในเวลาส่วนตัวที่เหลือพวกเขาก็ย่อมต้องการที่จะมีเวลาส่วนตัว เพื่อเอาแต่ใจตัวเองบ้าง

3.ผู้ชายรู้สึกสะดวกใจในการแสดงออกด้วยการกระทำมากกว่าคำพูด

แทน ที่จะแสดงออกด้วยคำพูดหรือความรู้สึก่าเขารักคุรผู้หญิงมากแค่ไหน พวกเขาจะเลือกแสดงออกด้วยการซื้อดอกไม้้มามากกว่า และหาเขาต้องพูด เขาก็จะชอบพูดถึงแนวทางการปฏิบัติมากกว่าเรื่องของความรู้สึก ยกตัวอย่างเช่น ผู้ชายส่วนมากมักจะแสดงถึงความซื่อสัตย์ที่มีต่อคนรัก ด้วยการพูดถึงการวางแผนวันหยุดของฤดูร้อนปีหน้า มากกว่าการพร่ำพรรณาถึงความรักที่ไม่มีวันตายของเขา เพราะร

4.ผู้ชายไม่ต้องการดึงตัวเองเข้าไปเป็นจุดสนใจ

จาก ผลการสำรวจ65% ของผู้ชายส่วนใหญ่พบว่า พวกเขาไม่ต้องการให้ใครมาซักไซร์ หรือถามคำถามเกี่ยวกับจตัวเขา สาเหตุอาจเป็นเพราะพวกเขารู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน และไม่อยากรู้สึกเหมือนเป้นพยานในการเข้าให้การ ซึี่งการนิ่ง ไม่ตอยของหนุ่มๆ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขากำลังต้องการที่จะซ่อนเร้นบาอย่าง เพราะว่า บางครั้งผู้ชายก็ไม่ต้องการเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสภาวะที่รู้สึกสับสน

สิงหาคม 8, 2009

ตะลึงผ่า นิ่ว 920 เม็ด มากสุดในโลก

ผอ.รพ.ยุพราชท่าบ่อ เผยสถิติใหม่ในการผ่านิ่วผ่านกล้อง เจอนิ่วในถุงน้ำดีคุณป้าจากหนองคาย เยอะสุดถึง 920 เม็ด มากที่สุดในโลก โดยใช้เวลาผ่าแค่ 17 นาที แพทย์ไทยเจ๋ง ชาวลาวแห่ข้ามโขงมารักษาตัวกันเพียบ

วันนี้ (1 ส.ค.) นพ.วัฒนา พารีศรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จ.หนองคาย กล่าวว่า ช่วงเดือน มิ.ย. โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ มีโอกาสไปร่วมออกบูธในงานไทย-ลาว 2009 ที่นครเวียงจันทน์สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยความอนุเคราะห์ของสถานทูตไทยในนครเวียงจันทน์ มีผู้ป่วยชาวลาวให้ความสนใจรับบริการตรวจเช็กสุขภาพเป็นจำนวนมาก

นพ.วัฒนา กล่าวต่อว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อได้ให้บริการตรวจรักษาชาวลาว ข้ามฝั่งโขงมารักษาในประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ หลังได้ทราบถึงชื่อเสียงและความเชี่ยวชาญของแพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ท่าบ่อ ในการผ่าตัดโรคนิ่วในถุงน้ำดี นิ่วในไต เป็นโรงพยาบาลที่ผ่าตัดนิ่วมากที่สุดในประเทศไทย กว่า 5,000 ราย ทั้งชาวไทยและชาวลาว ส่วนหนึ่งคนในพื้นที่ภาคอีสานประมาณร้อยละ 10 ของคนที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป จะป่วยเป็นนิ่วทั้งในถุงน้ำดีและนิ่วในไต แต่ยังไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่าเหตุใดคนแถบนี้จึงเป็นนิ่วกันมาก อาจจะเป็นเรื่องของพันธุกรรมหรือน้ำที่บริโภค ต้องมีการวิจัยหาสาเหตุกันต่อไป

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระ ยุพราชท่าบ่อ กล่าวต่อว่า โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อมีความเชี่ยวชาญอย่างมากในการผ่านิ่ว สามารถผ่านิ่วโดยใช้กล้องส่องใช้เวลาในการผ่าประมาณ 15-30 นาทีเท่านั้น คนไข้สามารถกลับบ้านได้ภายใน 1-2 วัน ขนาดแผลผ่าตัดเล็ก ไม่เจ็บปวดมาก ที่ผ่านมาเคยผ่าตัดนิ่วออกจากถุงน้ำดีของคนไข้มากที่สุดถึง 920 เม็ด ผู้ป่วยชื่อนางคำฟอง ดวงสมศรี อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 5 ต.บ้านโพธิ์ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีด้วยกล้องวีดิทัศน์ ใช้เวลาในการผ่าตัด 17 นาที ได้เม็ดนิ่วจำนวน 920 เม็ด ถือว่าเป็นการผ่าตัดก้อนนิ่วที่มาก ที่สุดในประเทศไทยและในโลก ก่อนหน้านี้เคยผ่าได้มากที่สุด 232 เม็ด โรงพยาบาลมีแผนที่จะพัฒนาเทคโนโลยีการผ่าตัดนิ่วให้เป็นศูนย์กลางในระดับ ภูมิภาค และเตรียมยกระดับการผ่าตัดกระดูกเพื่อดึงลูกค้าทั้งในและต่างประเทศมาใช้ บริการ ขณะที่ยังคงเป็น โรงพยาบาลของชุมชน เพื่อประชาชนไปด้วยพร้อมๆกัน

กรกฎาคม 21, 2009

ไทยเสนอตัวตั้งศูนย์กลางผลิดวัคซีนหวัดใหญ่

Pic_21135

ไทย โชว์กึ๋นเวทีอาเซียน เสนอตัวตั้งศูนย์กลางผลิดวัคซีนหวัดใหญ่ โดยจะทำงานร่วมกับองค์การอนามัยโลก แบ่งปันยา ระหว่างประเทศในภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนในอาเซียนสามารถเข้าถึงยา

ผู้ สื่อข่าวรายงานวันนี้ (21 ก.ค.) ว่า เมื่อเวลา 15.15 น. ที่โรงแรมลากูนา บีช รีสอร์ท นายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า ในการประชุมคณะมนตรีประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรใหม่ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎบัตรอาเซียนที่ได้มีผลบังคับ ใช้แล้ว ได้หารือในหลายเรื่องซึ่งเป็นการติดตามงานต่างๆที่เป็นผลมาจากการประชุมผู้ นำอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และกำหนดภารกิจที่ต้องเร่งดำเนินการภายในปีนี้

นาย วิทวัส กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้หารือถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สาย พันธุ์ใหม่ 2009 จากที่มีการประชุมรมต.สาธารณสุขอาเซียนเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีมติให้มีการร่วมกันจัดตั้งคลังยาและวัคซีนเพื่อรับมือการแพร่ระบาดของ โรคดังกล่าวน โดยในที่ประชุมในวันนี้ ไทยได้เสนอขอเป็นศูนย์กลางการผลิตวัคซีนป้องกันโรคดังกล่าวเร็วที่สุด โดยจะทำงานร่วมกับองค์การอนามัยโลก อีกทั้งจะมีการแบ่งปันยารักษาโรคนี้ระหว่างประเทศในภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนในอาเซียนสามารถเข้าถึงยาได้อย่างทั่วถึงและในราคาถูก โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม ลาว กัมพูชา และพม่า จะได้ยาราคาที่ถูกกว่า ทั้งนี้ เลขาธิการอาเซียนจะประสานกับรมต.สาธารณสุขของกลุ่มประเทศอาเซียนต่อไป

มิถุนายน 20, 2009

“ต่าย” ลุยจีบ “ริต้า” หยอดใครได้เป็นแฟนโชคดี

ต่าย-ณัฐพล รับสนิท ริต้า คุยแล้วรู้สึกดี แต่เป็นเพื่อนไปก่อน ระบุไม่รู้ตนศึกษาริต้าฝ่ายเดียวหรือเปล่า ด้าน ริต้า ยันต่ายเป็นเพื่อนกันเท่านั้น… อ่านต่อ

มิถุนายน 14, 2009

หวนอดีตด้วยปลายลิ้น ขนมด่างป้าวัฒน์ เนื้อนุ่มละมุน รสหวานละไม

Filed under: Uncategorized — ป้ายกำกับ:, , — beername @ 12:13 pm
Pic_12689

ขนมด่างและขนมถ้วย เหนียว..นุ่ม รสกลมกล่อม

10 กว่าปีก่อนโน้นนนนนนนน…(นานมั่กๆ)

เจ๊ แซบแอนด์แก๊งเพื่อนสาวเคยไปบุกตะลุยจังหวัดชุมพรกันมาแล้วครั้งหนึ่ง  ในคราวนั้น เดอะแก๊งผู้ไม่ชำนาญทางพากันเดินหลงเข้าไปใน “ตลาดหมอพนัส” ตลาดสดกลางเมืองชุมพร ระหว่างที่เดินมึนๆ งงๆ อยู่นั้น พลันสายตาก็พาดผ่านไปเจอกับแผงขนมเล็กๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ท่ามกลางแผงผัก ผลไม้ เมื่อ “ความหิว” มาปะทะกับ “ความหอม” (ของขนม) ชาวคณะไม่ รอช้ารีบปรี่เข้ามาที่หน้าร้าน แต่พอเห็นขนมสีเขียวๆที่วางเรียงรายอยู่ก็ถึงกับอึ้งตะลึงงัน…”นี่มันอะไร หว่า…หน้าตาไม่คุ้น” เจ๊แซบจึงต้องสวมวิญญาณน้องนางบ้านนา ชี้แจงแถลงไขให้ เพื่อนสาวชาวกรุง ได้รู้จักกับ “ขนมด่าง” เป็นขนมที่นิยมขายคู่กับขนมถ้วย เนื้อแป้งสีเขียวเนียนนิ่งอยู่ในถ้วย  แต่ถึงจะสีเขียวจัด รสชาติกลับไม่เหม็นเขียวอย่างที่เห็น เนื้อจะนุ่มๆ หยุ่นๆ ไม่มีรสชาติ ต้องราดด้วยน้ำตาลเคี่ยว และโรยงาเล็กน้อยเพิ่มความมัน เจ๊เคยหม่ำมาตั้งแต่ยังเป็นเบบี๊ มามี้ซื้อให้โซ้ยเป็นประจำ แต่ยิ่งโตยิ่งหาทานยาก  จนมาเจอที่ตลาดชุมพร  จำได้ว่า คำแรกที่ตักเข้าปาก…เจ๊ถึงกับน้ำตาซึมด้วยความปีติ…”โอ้วววว…คุณพระ …นี่แหละขนมด่างที่ตามหามานานแสนนาน”  เนื้อแป้งนุ่ม เหนียว เคี้ยวพอสนุก ผสมผสานกับความหวาน หอม ของน้ำตาลเคี่ยวได้ อย่างลงตัวพอเหมาะพอดี รสชาติติดตรึงอยู่ที่ปลายลิ้นตั้งแต่วันนั้นจวบจนวันนี้!!

10 กว่าปีผ่านไป……

มี โอกาสได้กลับมาเยือนจังหวัดชุมพรอีกครั้งครา…เจ๊แซบไม่รอช้า รีบแหวกขี้ตาตื่นแต่เช้าพุ่งตรงไปที่ตลาดหมอพนัส เดินซอกแซกตามหาแผงขนมด่าง เดินไปเดินมาอยู่จนเกือบจะท้อใจ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นซึ้งนึ่งขนมวางเรียงกันอยู่  4-5 แถว ส่งควันโขมง เจ๊แซบรีบตรงเข้าไปจนเห็นถ้วยขนมด่างสีเขียวอร่ามวางเรียงรายเต็มแผง แทงเข้าตาอย่างแรง จนเจ๊ห้ามใจไม่ไหวต้องคว้ามาหม่ำจนหายคิดถึง แล้วค่อยตั้งสติถามหาที่มาที่ไปของความแซบจาก “คุณป้าวัฒน์” ต้นตำรับ ที่แอบหลับอยู่หลังแผง (หุหุ)

” ป้าขายมาไม่นาน …แค่ 10 กว่าปีเอ๊งงงงง… (ไม่นานยังไง?) ป้าทำคนเดียวมาตั้งแต่แรกค่ะ ก่อนหน้านี้ ป้าขายผักที่ตลาด พอลูกหลานเข้ากรุงเทพฯ กันหมด ป้าก็ไม่มีคนช่วยก็เลยเปลี่ยนมาขายขนมแทน พอดีว่าไปซื้อเขากินบ่อยๆ แล้วรู้สึกว่ามันไม่อร่อย เลยคิดทำขายเองค่ะ คือป้าชอบกินขนมด่างมาตั้งแต่เด็กๆ เป็นขนมที่ชอบมาก เพราะคิดว่าอยากทำก็เลยลองทำ ผสมไปผสมมาจนได้เป็นสูตรของเราเอง” ป้าวัฒน์ สลัดความง่วงแล้วเล่าถึงอดีตให้ เจ๊แซบฟังอย่างอารมณ์ดี

การทำขนม ด่าง เคล็ดลับสำคัญอยู่ที่ส่วนผสมของแป้ง น้ำ และน้ำด่าง ต้องได้ สัดส่วนที่พอเหมาะพอดี ไม่ให้ มันเหนียว หรือนิ่มเกินไป ตลอดเวลากว่า 10 ปีที่ขายมา ป้าวัฒน์ใช้ประสบการณ์ และความชำนาญในการผสม แป้งอย่างแม่นยำ ไม่ได้ทำสูตรหรืออัตราส่วนไว้ให้คนอื่นดู คิดเอง ทำเอง รู้เองอยู่คนเดียว คุณป้าบอกว่าไม่ได้อยาก
เก็บความลับ แต่ “มันบอกไม่ถูก…ไม่รู้จะบอกยังไงจ้ะ” เอาเป็น ว่า ถ้าอยากรู้ต้องไปแอบดูเอาเอง (ฮา)

ป้า วัฒน์ใช้แป้งข้าวเจ้ายี่ห้อประจำ ที่ทำแล้วนุ่มเหนียวกำลังดี ป้าเน้นว่าต้องเป็นยี่ห้อนี้เท่านั้นถึงจะหม่ำมันส์ถึงใจ ใครอยากรู้ว่ายี่ห้ออะไรต้องไปถามเป็นการส่วนตัว (หุหุ)

หลังจาก ผสมแป้งเหนียวได้ที่แล้ว ค่อยนำมาผสมกับน้ำใบเตย ป้าวัฒน์ใช้ใบเตยตัดสดมาทำความสะอาด หั่น ปั่น และกรอง จนเหลือแต่น้ำแล้วนำมาใส่ในแป้ง คนให้สีเขียวของใบเตยกระจายผสมเป็นเนื้อเดียวกับเนื้อแป้ง แล้วนำมาตักใส่ถ้วยแบบเดียวกับขนมถ้วยแล้วจึงนำไปนึ่งให้สุก


“ป้าวัฒน์”

ตัว เนื้อแป้งขนมด่างอย่างเดียวไม่มีรสชาติ จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆของแป้งและใบเตย เวลาโซ้ยต้องราดด้วยน้ำตาลเคี่ยวเป็นน้ำตาลมะพร้าวอย่างดี ทั้งหวาน ทั้งหอม นำมาเคี่ยวกับน้ำจนเป็นยางมะตูม แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง วางทิ้งไว้ให้เย็น น้ำตาลเคี่ยวของป้าวัฒน์เหนียวกำลังดี หอม หวาน ชื่นใจ จะใส่มากหรือใส่น้อยได้ตามความชอบ

ขาโซ้ยที่นิยม ความมันในการหม่ำ คุณป้ามีงาคั่วใหม่ๆไว้ให้โรยหน้า เป็นงาอย่างดีล้างจนสะอาด และคั่วให้กรอบ ส่งกลิ่นหอมกรุ่น

แผง ขนมป้าวัฒน์เปิดขายทุกวัน ไม่มีวันหยุด นอกจากติดธุระหรือไม่ว่างจริงๆ ถึงจะปิดแผง นอกจากขนมด่างแล้ว ยังมี “ขนมถ้วย” หวาน มัน อร่อยลื่น ชื่นใจ ไว้คอยบริการ เคียงคู่กับขนมด่าง สำหรับใครที่ชอบ “ขนมเทียนใส่ไส้” แนะนำให้ลองชิมสูตรเฉพาะของป้าวัฒน์ แล้วจะติดใจ เนื้อแป้งนุ่ม ไส้เค็มรสชาติเข้มข้น

ป้าวัฒน์เริ่มเปิดแผงความหวานตั้งแต่ ตี 5-11 โมงเช้า แผงตั้งอยู่ในตลาดหมอพนัส ตัวเมืองจังหวัดชุมพร เข้ามาในตลาดถามหาแผงขนมถ้วยขนมด่างป้าวัฒน์ ถ้าเป็นคนพื้นที่ส่วนมากจะรู้จัก หรือถ้าอับจนหาคนชี้แนะไม่ได้ โทร.ถามที่เบอร์ 08-1494-0483 และ 0-7750-4426 ในแต่ละวันป้าทำขนมจำนวนไม่มาก ถ้าต้องการสั่งเยอะๆ ควรโทร.บอกล่วงหน้า 1 วัน เพื่อความชัวร์!

ทุก วันนี้ป้าวัฒน์ยังคงสนุกกับการทำขนมด่างให้คนรุ่นหลังให้ลิ้มลองของดีที่มี มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ถึงจะเป็นแผงเล็กๆในตลาด แต่คุณป้ายังรักษามาตรฐานไว้อย่างดี สิบปีก่อนอร่อยยังไง วันนี้ก็ยังอร่อยเหมือนเดิม “ป้าขายขนมด่างจนถึงทุกวันนี้เพราะป้าชอบกินค่ะ ป้าก็ตั้งใจทำให้ของเราอร่อย เพราะเราขายไป…เราก็กินไปด้วยค่ะ”  ยืนยันหนักแน่นขนาดนี้…ต้องไปลองโซ้ยสักทีจะได้ รู้ว่าของเค้าดียังไง!!!

เจ๊แซบ หัวเขียว

// <![CDATA[//<![CDATA[
var m3_u = 'http://ads.thairath.co.th/www/delivery/ajs.php';
var m3_r = Math.floor(Math.random()*99999999999);
if (!document.MAX_used) document.MAX_used = ',';
document.write ("");
//]]>

มิถุนายน 8, 2009

นพดลโต้ไร้สาระ กุข่าวทักษิณเปลี่ยนชื่อ

ยันยังใช้ชื่อเดิม ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อ เหตุเดินทางไปไหนก็มีคนรู้จัก จำหน้าได้ เผยทักษิณยังหลบอยู่ที่เมืองดูไบ ด้านก.ต่างประเทศแฉยันทักษิณถูกยกเลิกวีซ่าเชงเก้นจริง เชื่อเยอรมนีคงจะไม่ให้ทักษิณเดินทางเข้าประเทศอีกแล้ว อ่านต่อ

พฤษภาคม 29, 2009

เปิดซิง“8 หนุ่มสุภาพบุรุษฯ” ทำซึ้งลงเอ็มวีเพลงแรก

ล่าสุด 8 หนุ่มหล่อ จากรายการ “สุภาพบุรุษบอยแบนด์” ของค่าย “แฮปเอกู๊ดดรีม” นำโดย อ่านต่อ

พฤษภาคม 27, 2009

เบื้องต้นคาดแพนด้าน้อย “ลูกหลินฮุ่ย” เป็นเพศเมีย

เมื่อเวลา 19.00 น.เจ้าหน้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่ได้นำลูกแพนด้าน้อยที่เกิดจากแม่หลินฮุ่ย ออกมาชั่งน้ำหนัก และ อ่านต่อ

เรื่องที่เก่ากว่า

บลอกที่ WordPress.com .