เมษายน 26, 2012

“ยิ่งลักษณ์”เข้ารดน้ำ “ป๋าเปรม”

ทว่า คนในแวดวงการเมืองกลับตั้งคำถามเชิงไม่ไว้วางใจในปรากฏการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น การตบเท้าเข้ารดน้ำดำหัวของยิ่งลักษณ์คราครั้งนี้ต้องมีนัยยะอื่นใดแอบแฝงไว้แน่นอน

ที่คิดว่าอยู่ดีๆ จะไปรดน้ำดำหัวตามประเพณีสงกรานต์เฉยๆ คงไม่ใช่แน่ เพราะถ้าจะรดคงรดกันไปนานแล้ว ไม่ต้องปล่อยเวลาให้ล่วงเลยเทศกาลสงกรานต์มานานโขขนาดนี้ ช่วงสงกรานต์บ้านสี่เสาก็เปิดอ้าซ่า ขุนทหาร แม่ทัพนายกองก็ตบเท้าไปยังบ้านสี่เสาเยอะแยะ

ซึ่งระหว่างนั้นเองมันมีสัญญาณบางอย่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนักโทษหนีคดี จับทางได้ลางๆ จึงฉวยโอกาสส่งสัญญาณทางไกลรูปหัวใจมายังพล.อ.เปรม แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

ภาพที่แม่ทัพนายกองนำโดยพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกลาโหม พาคณะทหาร พ่วงด้วยพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าอวยพรพล.อ.เปรมนั้น ปรากฏว่าได้รับสัญญาณตอบรับที่ดี จากพล.อ.เปรม ประธานองคมนตรียิ้มแย้มแจ่มใสโอภาปราศรัยกับทุกคนที่ตบเท้ามาพบอย่างเป็นกันเอง

เหตุการณ์นั้นทำให้ฝ่ายทักษิณ ฉุกคิดถึงการเดินเกมพินอบพิเทาเดินเข้าหาด้วยความนอบน้อมละมุนละม่อม ลุยเข้าไปจุดที่โฟกัส เป้าหมายใหญ่ทรงพลังที่สุด

หลังจากนายใหญ่นักโทษหลบหนีคดีเดินเกมแรงมาต่อเนื่องยาวนานแต่ไม่สำเร็จเสียที เวลาผ่านมาหลายปีดีดักนับร่วม 6 ปีเข้าไปแล้ว พาลให้คิดว่าสิ่งที่ทำอยู่มันอาจไม่ใช่ อาจไม่ประสบผลสำเร็จ

วันนี้เมื่อโอกาสอำนวยก็ลองเชิงลองใจพลิกไปเล่นอีกบทหนึ่งดีกว่า อาจเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ นำทางกลับบ้านที่ถวิลหามานาน

ทุกกระบวนคิด ทุกแนวทางที่ลงมือกระทำล้วนมีเป้าหมายเดียวที่ปักธงฝังรากมายาวนาน คือการพาตัวเองกลับบ้านเกิดเมืองนอนในที่สุด ไม่ว่าสถานการณ์จะแปรเปลี่ยนอย่างไร จะต้องเปลี่ยนแนวทางเดินเกมไปรูปแบบไหน ล้วนทำได้หมด

ไม่คำนึงสนใจว่ากองเชียร์ ฝ่ายสนับสนุน จะมีความรู้สึกอย่างไร ถูกลากจูงสนตะพายเดินไปทางนั้นทีทางนี้ที ล่าสุดเริ่มทนไม่ไหวต้องออกมาเตือน มาปรามกันดังๆ ว่า การเข้าไปเลียแข้งเลียขาพล.อ.เปรมไม่ใช่หนทางแห่งการปรองดอง รัฐบาลจะรดก็รดกันไป แต่คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ไม่อยากเห็น

รับไม่ได้ที่ “ยิ่งลักษณ์”จะนำคณะเข้าไปนอบน้อมกับศัตรูหมายเลข 1 ที่เคยต่อสู้ฟาดฟันกันมา ถึงขั้นฆ่าแกงกัน เคยบุกบ้านถูกจับติดตารางมาแล้ว วันนี้จะไปกราบกรานขอขมา…ถรุยส์

โดยเฉพาะ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แกนนำคนเสื้อแดงที่สวมหัวโขนเสนาบดี ไปไม่ได้เด็ดขาด ถ้าไปรับรองมีเรื่อง ไม่กล้านึกภาพตอนรดน้ำ จะสะอิดสะเอียนหัวใจของใครหลายคนขนาดไหน

อย่างไรก็ตาม มันพิสูจน์แล้ว “นายใหญ่”ทำทุกวิถีทางเพื่อพาตัวเองกลับบ้าน ที่บอกว่าจะกลับอย่างเท่ๆ แต่เสื้อแดงหลายคนมองแล้วบอกว่า น่าอดสูมากกว่า เหมือนยอมศิโรราบกราบไหว้ศัตรูที่เล่นงานตัวเองมาจนงอมพระราม ไม่เหลือเชิงของชายอกสามศอกแม้แต่น้อย

วันนี้ “นายใหญ่”และพรรคเพื่อไทยที่นำโดยยิ่งลักษณ์ กำลังเดินเกมแก้รัฐธรรมนูญ เตรียมออกพ.ร.บ.ปรองดอง จำเป็นต้องลดแรงเสียดทานจากสังคม เพราะกระแสต่อต้านเรื่องนี้มีเยอะ การค้อมหัวเข้าหาพล.อ.เปรม เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้การเดินเกมนิรโทษกรรมให้พ.ต.ท.ทักษิณแบบเนียนๆ เป็นไปอย่างราบรื่น

ขณะที่ “ป๋าเปรม” เองก็หลงไปตามเกมของนักโทษหลบหนี พ่ายแพ้ความสวย น่ารักของยิิ่งลักษณ์ เปิดโอกาสให้เข้าออเซาะครั้งแล้วครั้งเล่า “งานรักษ์เมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย” นั่นก็ทีหนึ่งแล้ว เกิดภาพบาดตาแสลงใจใครหลายคน

ลืมไปหมดแล้วว่าอดีคเคยทำอะไรกันไว้ ห้ำหั่นกันชนิดไม่เผาผี คนเสื้อแดงเคยบุกมาลูบคมถึงหน้าเคหะสถาน ลืมไปหมดแล้วว่าเครือข่ายวงศ์วานว่านเครือตระกูลชินวัตร สร้างความบอบช้ำอะไรไว้ให้ประเทศบ้าง

ภาพที่กำลังจะเกิด เหมือนเป็นการบอกประชาชนให้ลืมๆ มันไป ใครจะทำระยำตำบอนกับประเทศไว้แค่ไหนก็ช่างแม่มัน!!

พล.อ.เปรมคิดในบริบทที่ว่าเมื่อเครือข่ายพรรคเพื่อไทยให้เกียรติ มองเห็นหัวเข้ามาพบอวยพร ก็เอาล่ะ ให้อภัยจบๆ กันไป

แต่ใช่ว่าความขัดแย้ง แตกแยก จะจบไปตามเกมที่ผู้มีอำนาจกำลังสร้างฉากเล่นละครกัน

คนเสื้อแดงหลายภาคส่วนยังฝังใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน ต้องบาดเจ็บ ล้มตาย บอบช้ำทางจิตใจ วันนี้เมื่อฝ่ายการเมือง นายใหญ่สมประโยชน์ตัวเอง แล้วก็ทิ้งให้คนเสื้อแดงอยู่ข้างหลังอย่างเปล่าดาย

โยนเศษเงิน เศษทานให้แล้วจบกันไป ไม่ยอมเอาคนผิดมาลงโทษ นัยว่าจะเอาผิดแลกผิด เจ๊าๆ กันไป

เช่นเดียวกับความเคลื่อนไหวของภาคประชาชนบางส่วน ที่ออกมากระตุกเตือนสังคมอย่ายอมให้คนผิดลอยนวล อย่าปล่อยให้คนชั่วปู้ยี่ปู้ยำกฎหมาย ล้างโทษล้างผิดกันจนใสสะอาด

ภาพการเกี๊ยะเซียะ ออมชอมระหว่าง “ป๋าเปรม” และ เครือข่ายคนรักแม้ว ทำใครหลายคนกระอักกระอ่วนจนอยากจะอาเจียน

สุดท้ายการเมืองก็จะวนกลับไปสู่การรอมชอม แบ่งสรรอำนาจกระนั้นหรือ เมื่อผลประโยชน์ลงตัวก็เอาประเทศไปเป็นตัวประกัน ปู้ยี่ปู้ยำกันตามใจฉันเหมือนเดิม

ปรองดองที่พูดกันไปมา ก็ปรองดองแต่ปาก เมื่อผลประโยชน์การเมืองลงตัว เกมปรองดองก็ไม่จำเป็นแล้วกระมัง!!

เมษายน 23, 2012

เมย์ พิชญ์นาฎ กับ BIGBANG

กลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต เมื่อดาราสาว “เมย์ พิชญ์นาฎ สาขากร” ถึงกับพาผู้จัดการส่วนตัวไปแจ้งความที่สถานีตำรวจพญาไท เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา หลังเจ้าตัวถูกบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นแฟนคลับของศิลปินเกาหลีชื่อดังวง “บิ๊กแบง” ทวีตข้อความในทำนองที่ว่า สาวเมย์ ได้เข้าไปหา “ชเวซึง ฮยอน” หนึ่งในสมาชิกของวง ที่โรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งย่านสีลม ช่วงที่อีกฝ่ายมาแสดงคอนเสิร์ตที่เมืองไทย และยังได้ใช้ถ้อยคำหยาบคาย อีกทั้งกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันอีกด้วย ทั้งนี้ เจ้าตัวก็ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า…

“ก็ไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่ คือ จริงๆ เมย์เป็นคนที่ชอบดูคอนเสิร์ตมาก แล้วก็ดูเกือบทุกแบบ ทั้งคอนเสิร์ตในไทย ต่างประเทศ และคอนเสิร์ตเกาหลี เมย์ก็ชอบไปดูหลายๆ วงซูเปอร์จูเนียร์ก็ดู วงผู้หญิงเกิร์ลเจเนอเรชั่นก็ดู จนมีอีเวนต์งานนึงแล้วมีพี่คนนึงที่รู้จักก็ชวนเราไปดูเพราะเห็นเราชอบวงเกาหลี ก็เห็นว่าใกล้บ้านก็เดินไปดูที่เซ็นทรัลเวิลด์ ก็ดูยังไม่จบก็กลับเพราะว่าอากาศมันร้อน”

“เสร็จแล้ววันรุ่งขึ้นมีเด็กเข้ามาถามเราในทวิตเตอร์แบบแปลก แบบกัดๆ ว่า ไปทำอะไรแบบนั้นไม่ดีหรือเปล่า เราก็งงๆ ก็พยายามนึกเพราะเขาอาจจะเข้าใจผิด แต่พอนานเข้ามันไม่จบ เพราะมีคนเข้ามากระหน่ำด่าเราด้วยคำหยาบคายทุกวัน”

“ก็เลยต้องเช็กว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วแฟนคลับเราเขาก็เช็กได้ความว่า เหมือนมีคนไปปั่นข่าวว่าเราไปทำอะไรที่มันไม่ดีเอาไว้ ซึ่งมันไม่เป็นความจริง เราดูคอนเสิร์ตแค่ 2 ทุ่มครึ่งก็กลับ ไม่ได้ไปไหนต่อด้วย ฉะนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่จริง และมันก็สร้างความเสียหายแก่เรามาก”

“หนึ่งคือแฟนคลับเด็กที่รักศิลปินเขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็เข้าใจผิด คิดว่าเราจะไปทำอะไรแบบนั้นหรือเปล่า เขาก็เข้าใจผิด ก็มาด่าเราเสียๆ หายๆ แบบนี้ก็เลยอยากให้คนกลุ่มนั้นหยุดซะ ถ้ายังไม่หยุด ตอนนี้เมย์ก็แค่แจ้งความเบื้องต้นเฉยๆ ยังไม่ได้ส่งไปที่ ICT ที่ถ้ายังไม่จบก็คงต้องให้กฎหมายต่อไป แต่ในส่วนที่ว่าเราจะเลิกชอบศิลปินเกาหลีมันไม่น่าจะเกี่ยว ทำไมคนอื่นชอบได้ เมย์ถึงชอบไม่ได้มันเป็นสิทธิ์ของเรา ก็แค่ชอบเอง”

“เขาว่าเราคลั่งหนักจนขนาดเราไปเฝ้าถึงหน้าโรงแรม ถ้าไม่หยุดหรือใครสงสัยมาถามเมย์เลย หรือไปเช็คกล้องวงจรปิดที่คอนโดเมย์ได้ แล้วเมย์ก็ไม่รู้จักเขารู้โรงแรมไหนด้วยซ้ำ ไม่รู้จักศิลปินกลุ่มนี้เลย ชอบดูคอนเสิร์ตอย่างเดียว ไม่ได้ตามผู้ชาย คือ เช็กได้ทุกอย่าง และขอให้หยุดนะคะ เพราะไม่อยากมีเรื่องอะไรกับใครเลยค่ะ”

“คืออย่าพูดว่าเลยว่า คนที่ด่าเมย์เป็นแฟนคลับบิ๊กแบง เพราะเราก็ไม่รู้ว่าคนที่สร้างประเด็นนี้ขึ้นมา เขาอาจจะเกลียดเราส่วนตัวหรือเปล่า ก็อยากจะบอกว่าสบายใจได้ เมย์ไม่ทำอะไรแบบนั้น คืออายุป่านนี้แล้ว เพื่อนก็แต่งงานกันไปหมดแล้ว แล้วเป็นผู้หญิง มีพ่อมีแม่ มีชื่อเสียงมีหน้าที่การงาน จะไม่เอามาเสี่ยงกับเรื่องแบบนั้นแนนอนค่ะ ก็ขอให้หยุดเถอะค่ะ หยุดก็จะจบค่ะ”

“ตอนนี้เราก็มีคนคอยเช็ก แล้วก็มีเจ้าหน้าที่ตามดูพฤติกรรมของพวกเขาอยู่ ถ้าเขาหยุดสงบๆ ก็โอเค เรื่องของเรื่องคือมันแค่เด็กกลุ่มเดียว กลุ่มเล็กๆ เราไม่อยากจะเหมา บางทีเขาอาจจะไม่ใช่แฟนคลับบิ๊กแบงก็ได้ แฟนคลับบิ๊กแบงที่น่ารัก เข้ามาคุยกับเราก็มีเยอะมาก ก็รักจริงๆ แล้วศิลปินเกาหลีเราก็ชอบจริงๆ เราชอบไปดูคนเสิร์ตเกาหลีจริงๆ ไม่ปฏิเสธค่ะ”

พร้อมปฏิเสธข่าวเกาเหลา “โย ยศวดี หัวดีวิจิตร” หลังมีกระแสข่าวเมาท์ว่า เจ้าตัวไปแย่งชุดเดินแบบในงานๆ นึงของนางแบบสาวรุ่นพี่ ยันสไตลิสต์เอามาให้เอง

“ข่าวกับพี่โย เมย์ว่าเมย์ไม่มีนะคะ เมย์ก็ไม่รู้ใครไปเขียนข่าวนั้น แล้วเมย์ก็ไม่รู้ว่างานเดินแบบนั้น เมย์ไม่ได้ไปใส่ชุดของเขาก่อน แล้วท้ายที่สุดเมย์ก็ไม่ได้ใส่ คือ สไตลิสต์หยิบมาให้เรา พอเราไปถึงก็บอกให้เราฟิตติ้ง เราฟิตติ้งเสร็จปั๊บก็ไม่มีอะไร แล้วก็มาบอกให้เราเปลี่ยนชุดเป็นชุดสีแดงที่ผ่าหน้าอกที่ลงหน้าหนึ่งเยอะๆ พอท้ายที่สุดเราก็ไม่ได้ใส่ชุดของพี่โย”

“แต่เราไม่รู้ว่าเขาจะโกรธจะงอนเราหรือเปล่าที่เราใส่ชุดเขา เพราะเราไม่รู้จริงๆ ถ้าเกิดพี่โยงอนหรืออะไร เมย์ก็ขอโทษแล้วกันนะคะ เพราะเมย์ไม่ได้ตั้งใจ แต่วันนั้นพี่เขาก็ไม่เห็นจะโกรธอะไรเมย์ ก่อนกลับยังยิ้มให้เมย์ทักเมย์ปกติ คิดว่าเป็นข่าวที่มั่วมา เราไม่ได้มีการแย่งชุดอะไร เพราะท้ายที่สุดชุดที่เด่นคือชุดที่เมย์ใส่ค่ะ”

เมษายน 21, 2012

งานแต่ง ชาคริต-วุ้นเส้น

บรรยากาศภายในงาน ถูกจัดตกแต่งภายใต้ธีม SECRET GARDEN โดยมีการประดับดาไปด้วยดอกไม้และแสงเทียนระยิบระยับ ส่วนของของชำร่วยนั้นเป็น COOK BOOK LOVE INGREDIENT และ DIARY NOTE CARD เพื่อบอกเล่าเรื่องราวการผสมผสานระหว่างความรัก ความเข้าใจ ความเอาใจใส่ เปรียบเสมือนการทำกับข้าวของชาคริต ทั้งนี้ หลังจากพิธีการต่างๆ เสร็จสิ้นลง บ่าว-สาวได้จัด AFTER PARTY กับเพื่อนฝูงเป็นการฉลองวันแห่งความสุขแบบสมบูรณ์แบบ

เมษายน 20, 2012

ฮาเวิร์ด หวัง ติดคุก

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบางขุนนนท์ได้นำกำลังเข้าจับกุมนายวิลลี่ หวัง (ฮาเวิร์ด หวัง) อายุ 26 ปี ดารานักแสดงชื่อดัง ภายในห้อง 918 จรัญแมนชั่น ชั้น 9 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังสืบทราบว่าภายในแมนชั่นดังกล่าวเป็นที่มั่วสุมยาเสพติดจึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบนายนายฮาเวิร์ด หวัง และวัยรุ่นรวม 4 รายกำลังมั่วสุมเสพยาไอซ์ จึงทำการตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วงทั้งหมด แต่นายฮาเวิร์ดปฏิเสธ อ้างถูกเพื่อนหลอกให้ดื่นน้ำปนเปื้อนยาเสพติดตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันนี้ (20 เม.ย.) เมื่อเวลา 09.30 น. พ.ต.อ.สุกิจ อรุณฤกษ์ถวิล ผกก.สน.บางขุนนนท์ สั่งการ ร.ต.ต.ธนรัฐ ทุพรม รอง สวป. พร้อมฝ่ายสืบสวน ควบคุมตัวนายฮาเวิร์ด หวัง อายุ 26 ปี นักร้องนักแสดง-นายแบบชื่อดัง พร้อมเพื่อนที่เป็นสาวประเภท 2 คือนายภาณุ พันทอง อายุ 21 ปี นายพงศธร เรืองเดช อายุ 20 ปี และนายจักรพันธ์ ใจเลิศ อายุ 20 ปีขึ้นรถคุมขัง เพื่อส่งฟ้องที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน หลังจากคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ในข้อหามั่วสุมเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จากนั้นได้ควบคุมตัวทั้งหมดไปฝากขังต่อศาล ซึ่งทางญาติได้ติดต่อเพื่อขอประกันตัวนายฮาเวิร์ดแล้ว โดยอยู่ในดุลพินิจของศาลพิจารณา

ต่อมาที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน ถ.ทุ่งมังกร พนักงานสอบสวน สน.บางขุนนนท์ ควบคุมตัวนายวิลลี่ หวัง หรือ ฮาเวิร์ด หวัง อายุ 26 ปี ดารานายแบบสัญชาติไต้หวัน และเพื่อนสาวประเภท 2 อีก 3 คน คือนายจักรพันธ์ ใจเลิศ อายุ 20 ปี นายภาณุ พันทอง อายุ 21 ปี และนายพงศธร เรืองเดช อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันมั่วสุมเสพยาเสพติดประเภท 1 (ยาไอซ์) มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 1 พ.ค. นี้ เนื่องจากยังต้องสอบปากคำพยานอีก 7 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง รอผลการตรวจประวัติอาชญากรผู้ต้องหา และอื่น ๆ อย่างไรก็ตามการยื่นคำร้องฝากขังครั้งนี้ พนักงานสอบสวนไม่ได้ขอคัดค้านการประกันแต่อย่างใด

ศาลสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ตามคำร้อง

จากนั้นนางจูลี่ ชู มารดาของนายฮาเวิร์ด หวัง ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 10,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราว โดยศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตโดยตีราคาประกัน 10,000 บาท

สำหรับ “ฮาเวิร์ด หวัง” เคยเป็นสมาชิกวง “ไจแอนท์” จากนั้นก็เข้าสู่วงการนายแบบและแสดงภาพยนตร์ ต่อมาก็ได้ถูกตำรวจ สน.ทองหล่อ จับกุมในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ถูก น.ส.พิลาวรรณ อารีรอบ หรือหมวย อดีตมิสแม็กซิมปี 2010 อดีตแฟนสาวแจ้งความดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกาย และถูกแฉด้วยว่าเจ้าตัวพาไปทำแท้ง นอกจากนี้ยังถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมได้พร้อมของกลางกัญชาอีกด้วย

http://pics.manager.co.th/Images/555000005186805.JPEG

http://pics.manager.co.th/Images/555000005186801.JPEG

เมษายน 11, 2012

รวบรวมเพลง เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่ หลายเวอร์ชั่น

ฟังเพลง เรื่องนี้ถึงครู อังคณา Remix โดย dzpREmix  แนะนำ มันมาก เปิด ตอนสงกรานได้เลย >>> ฟังเพลง เรื่องนี้ถึงครูอังคณา Remix

เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่! Hip Version

เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่ ซึ่งๆ Version

ถึงครูอังคณาแน่ – Daddy Bunny feat น้องโต๊ต

ถึงครูอังคณาแน่ Bankk Ca$h

เรื่อง นี้ ถึง ครู อังคณา แน่ Ukulele By Aris

เมษายน 11, 2012

เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่

กลายเป็นวลียอดฮิตไปแว้ววครับ ประโยคที่ว่า “เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่” กำลังกลายเป็นวลีฮิตในสังคมออนไลน์ และมีการนำไปพูดกันมากในขณะนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มาจากวิดีโอคลิปในเว็บไซต์ยูทิวบ์ ชื่อ “เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่” ที่มีการแชร์กันอย่างแพร่หลายทั้งทางเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์

เนื้อหาในวิดีโอคลิปดังกล่าว เป็นภาพเด็กชายคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงก้าวร้าว ว่า “หวัดดีเพื่อนๆ ชาวเฟซบุ๊กครับ คือ ผมได้อัดคลิปเข้าไปแล้ว มีกระแสคอมเมนต์เกิดขึ้นมาบอกว่าให้อัดคลิปที่สองฮะ จัดไปฮับ ไอ้บอลเอ๊ย คิดได้เนาะ ให้ไล่กูออกจากพวกเราชาว 1/9 อ่ะ ก็เพราะเรื่องกะโหลกกะลาแค่นี้เองเหรอ ทำไมอ่ะ เหอะ ไอ้บอล บอกกูหน่อยเดะ ทำไมต้องไล่กูออกด้วย เพราะเรื่องกะโหลกกะลาแค่นี้เองเหรอ ถ้าไม่เอากูเป็นพวกเราชาว 1/9 เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่” ซึ่งพบว่าวีดีโอคลิปชิ้นนี้ถูกแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังมีวิดีโออีกคลิปหนึ่ง ชื่อ “ก่อน เรื่อง นี้ ถึง ครู อังคณา แน่ v.1” โดยเด็กชายคนเดียวกันดังกล่าวพูดว่า “หวัดดีเพื่อนๆ ชาวเฟซบุ๊กครับ คือ กูทนไม่ไหวกูขออัดคลิปแม่งเลย คือ พิมพ์เป็นตัวอักษร หรือตัดต่อคลิปแล้วมันไม่สะใจ มันไม่ได้น้ำเสียงจริงๆ จังๆ หงะ คือตอนเนี๊ย กูเข้ากลุ่มพวกเราชาว 1/9 ไม่ได้เลย ทำไมหงะ ไอ้เรื่องแค่เนี้ย แล้วมัน หนักกบาลใครอะ กูก็จุด ก็ จุดแล้ว มึง มาเสือกจุดด้วยอะ”

ต่อมามีการเผยแพร่วิดีโอคลิปชื่อ “ก่อน เรื่อง นี้ ถึง ครู อังคณา แน่ v.2” ข้อความว่า “หวัดดีเพื่อนๆ ชาวเฟซบุ๊กครับ คือ ตอนนี้กูเข้ากลุ่มพวกเราชาว 1/9 ไม่ได้อีกแล้ว ถ้าถามผมว่าใครเป็นคนบล็อก ผมบอกได้คำเดียวครับ ไอ้บอล หรือไม่ก็พวกที่ทำตัวเป็นแอดมินแล้วแม่งลบกูออกง่ะ กูถามจริงเหอะ กูผิดอะไร” ซึ่งถูกส่งต่อในสื่อสังคมออนไลน์ไม่แพ้กัน

เมื่อผู้สื่อข่าวตรวจสอบที่มาของเหตุการณ์ดังกล่าวในเบื้องต้น พบว่า เป็นกรณีพิพาทระหว่าง ด.ช.พงศธร (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นผู้อัดวิดีโอคลิป กับ ด.ช.ปวริศร์ (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งมีชื่อเล่นว่า บอล ทั้งสองเป็นนักเรียนชั้น ม.1/9 โรงเรียนกระทุ่มแบน วิเศษสมุทคุณ ต.ตลาดกระทุ่มแบน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร กรณีดังกล่าวเกิดจากการที่ ด.ช.ปวริศร์ ตัดสินใจบล็อกไม่ให้ ด.ช.พงศธร เข้ากลุ่ม ม.1/9 ด้วยเหตุผลบางประการ ด.ช.พงศธร ไม่พอใจจึงบันทึกภาพเป็นวิดีคลิปขู่ว่าจะนำเรื่องนี้ไปฟ้องครูอังคณานำเผยแพร่ทางยูทูป ส่วนอาจารย์ที่ถูกพาดพิงถึงในวิดีโอคลิป คาดว่า เป็น นางอังคณา แสบงบาล ครู คศ.1 ซึ่งเป็นครูประจำชั้น ม.1/9 ของโรงเรียนแห่งนี้

ต่อมา นางอังคณา แสบงบาล ครู คศ.1 โรงเรียนกระทุ่มแบน วิเศษสมุทคุณ เปิดเผยกับทวิตเตอร์ @yoware สื่อมวลชนสำนักหนึ่งว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณเดือน ม.ค.2555 ที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากน้องบอล หรือ ด.ช.ปวริศร์ ซึ่งเป็นหัวหน้าห้อง ม.1/9 ได้ตั้งกลุ่มในเฟซบุ๊กของห้อง ม.1/9 ซึ่งได้ดึงตนไปอยู่ด้วย โดยกรุ๊ปดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้คุยกันในห้องเวลาอาจารย์สั่งงาน หรือหากมีสอบต้องเตรียมอะไรไปบ้าง ก็จะใช้กลุ่มในเฟซบุ๊กนี้ประชุมกัน โดยได้ตั้งกติกาไว้ว่า ห้ามใช้คำหยาบ ห้ามมีพฤติกรรมเชิงชู้สาว และถ้าใครไม่มีเฟซบุ๊กเล่น เวลามีเรื่องด่วนสำคัญที่ลงเฟซบุ๊กไว้ให้โทรศัพท์แจ้งกันด้วย

ทั้งนี้ วันที่เกิดเรื่องประมาณวันที่ 5-6 ม.ค.ที่ผ่านมา เท่าที่ตนทราบ หัวหน้าห้องนั่งทำงานอยู่ และมีเด็กที่โพสต์คลิปดังกล่าว คือ ด.ช.พงศธร หรือ น้องโอ๊ต พิมพ์คอมเมนต์เป็นเครื่องหมายจุด (.) ซ้ำกันหลายครั้ง ซึ่งทำให้งานของหัวหน้าห้องที่คุยงานกับเพื่อนที่เล่นเฟซบุ๊กด้วยกันเกิดค้าง ก็เลยบล็อกน้องโอ๊ตไม่ให้เข้ากลุ่มห้อง 1/9 ทำให้น้องโอ๊ตไม่พอใจ ซึ่งพอตนทราบเรื่องก็ได้เรียกสมาชิกในห้องมาคุยกัน และเคลียร์กันว่าเพื่อไม่ให้มีปัญหาแบบนี้ จึงกำชับว่าห้ามใช้คำหยาบ และห้ามทะเลาะกัน ซึ่งได้เคลียร์กันไปหมดแล้ว และหัวหน้าห้องได้ดึงน้องโอ๊ต กลับเข้ากลุ่มในเฟซบุ๊กเหมือนเดิม ซึ่งเรื่องนี้จบไปตั้งแต่เดือน ม.ค.แล้ว อย่างไรก็ตาม น้องโอ๊ตได้กล่าวกับนางอังคณาว่าตนไม่ได้เป็นคนนำวิดีโอคลิปนี้ไปลงในเว็บไซต์ยูทิวบ์

นางอังคณา ยังกล่าวถึงกระแสในเฟซบุ๊กที่นำประโยคที่ว่า “เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่” มาพูดล้อเลียนกันเล่นว่า การใช้เฟซบุ๊กมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งตนได้บอกถึงประโยชน์ในการใช้พร้อมกับให้นักเรียนระวังการลงรูปภาพที่ไม่เหมาะสม การใช้คำหยาบ โดยกำชับว่าการพิมพ์อะไรลงไปต้องดูชื่อเสียงของห้องด้วย เพราะการพิมพ์อะไรสักอย่างหนึ่ง ชื่อหนูก็ขึ้น ชื่อห้องก็ขึ้น ชื่อโรงเรียนก็ขึ้น เพราะฉะนั้นจะทำะไรก็ควรใช้ให้เหมาะสม ใช้ในเวลาที่ควรจะใช้ ซึ่งเตือนว่าถ้ามีปัญหาอะไรก็งดการเล่นเฟซบุ๊กลงบ้าง ซึ่งนานๆ ตนก็จะเข้าไปดูสักครั้งหนึ่ง เพราะว่าตนก็ไม่ได้เข้าบ่อย ทั้งนี้ตนเห็นว่าการใช้เฟซบุ๊กถ้าใช้ในทางสร้างสรรค์ก็น่าจะใช้ได้ เพราะครูบางคนให้ส่งงานทางเฟซบุ๊กก็มี เวลามีเรื่องแจ้งให้ทราบทางเฟซบุ๊กก็จะรวดเร็ว ซึ่งก็สอนว่าเรื่องไหนควรใช้เฟซบุ๊กในทางสร้างสรรค์อย่างไร

อย่างไรก็ตาม จากกรณีดังกล่าว เมื่อเช้านี้ตนได้คุยทั้งน้องบอล หัวหน้าห้อง และสมาชิกในห้อง ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากเรื่องนี้จบไปตั้งแต่เดือนมกราคมแล้ว มันเกิดขึ้นอะไรอีก ขณะเดียวกัน น้องโอ๊ตได้กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นคนเอาวิดีโอคลิปไปลง ตอนนี้ทุกคนในห้องไม่ได้มีปัญหา ไม่ได้ทะเลาะกัน ก็เลยงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ขณะเดียวกัน ตอนนี้เด็กโทร.มาบอกว่า ขณะนี้มีการสร้างแฟนเพจปลอมโดยใช้ชื่ออังคณา ชื่อโอ๊ต ชื่อบอล ซึ่งตนก็ไม่ได้เป็นคนสร้าง และตนเองก็ไม่ได้เก่งเรื่องคอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตาม ในห้อง ม.1/9 ตนให้อภัยกับนักเรียนทุกเรื่อง แต่ขออยู่เรื่องเดียว คือ เรื่องทะเลาะวิวาท ถ้าเราอยู่ห้องเดียวกันแล้วทำไมเราไม่รักกัน ส่วนที่น้องโอ๊ตบอกว่าเรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่นั้น ในความเป็นจริงตนก็ไม่ได้เป็นคุณครูใจร้ายเท่าไหร่ แต่เห็นว่าในห้อง ม.1/9 เวลามีปัญหาอะไรเด็กๆ ก็จะบอก อย่างไรก็ตาม โดยปกติตนไม่ค่อยลงโทษเด็ก นอกจากมีอยู่ครั้งหนึ่งที่มีเรื่องทะเลาะกัน

ในตอนท้าย นางอังคณา ได้กล่าวถึงการสร้างเพจปลอมในอินเทอร์เน็ต ว่า ขณะนี้เวลาเข้าไปดูอะไรในอินเทอร์เน็ตแล้วอย่าคิดว่าเป็นครูอังคณา อย่าคิดว่าเป็นโอ๊ต อย่าคิดว่าเป็นบอล ยืนยันว่าไม่ใช่ตนแน่นอน เพราะตนไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มาก เพราะฉะนั้นเรื่องการสร้างเพจเป็นไปไม่ได้เลย เพราะทำไม่เป็นเลย กลัวว่าเวลาคนอื่นที่เอาชื่อตนและนักเรียนไปใช้ อยากจะฝากบอกเลยว่าไม่ว่าจะเป็นบอล หรือโอ๊ต ให้โอ๊ต อยู่นิ่งๆ ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น เพราะเวลานี้ไม่ว่าเพจชื่อบอล ชื่อโอ๊ต ชื่อครูอังคณา ไม่ใช่ตัวจริงทั้ง 3 คน และวอนให้เอาเพจออก เพราะแม้จะเป็นความสนุกของเขา แต่เป็นความทุกข์ของครู และความทุกข์ของเด็กด้วย ซึ่งยังเป็นน้องๆ ม.1 คนที่มีความรู้มีความสามารถด้านนี้ก็น่าจะเอาไปใช้ในเชิงสร้างสรรค์มากกว่า

ฟังเพลง เรื่องนี้ถึงครูอังคณา

 

เมษายน 9, 2012

เฟียสต้า อีโคฯ โฉมใหม่

เฟียสต้าเวอร์ชันนี้มาพร้อมกับความประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วางเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล 4 สูบ 1600 ซีซี ที่มีกำลังขับเคลื่อน 94 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 20.9 กก.-ม. พร้อมการติดตั้งระบบ Auto Start-Stop ที่สามารถดับเครื่องยนต์เองเมื่อจอดติดอยู่กับที่ โดยมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสียเพียงแค่ 87 กรัมต่อ 1 กิโลเมตร เท่านั้น ส่วนความประหยัดน้ำมันตามมาตรฐานของยุโรป หรือ European Fuel Economy อยู่ที่ 30.3 กิโลเมตรต่อลิตร
ฟอร์ดเผยว่า เวอร์ชัน ECONetic ได้รับการปรับปรุงทั้งในส่วนของเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล ด้วยการปรับเซตซอฟต์แวร์ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ การปรับเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ ลดความสูงของตัวรถ และลดแรงต้านของลมในขณะแล่น

“เฟียสต้ารุ่นปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมากทั่วยุโรป และด้วยจุดเด่นในด้านความประหยัดน้ำมัน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม น่าจะช่วยให้รถยนต์รุ่นนี้ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นไปอีก” สตีเฟน โอเดลล์ ซีอีโอ และประธานของฟอร์ด มอเตอร์ ยุโรปกล่าว

ฟอร์ดเปิดเผยว่า ในตอนนี้ทางบริษัทวางแผนการเปิดตัวรถยนต์ที่เน้นความประหยัดน้ำมันภายใต้รหัส ECONetic โดยจะติดตั้งในรถยนต์หลากหลายรุ่นของบริษัท โดยในปี 2013 จำนวนรุ่นรถยนต์ที่มีเวอร์ชัน ECONetic วางขายควบคู่กับรุ่นธรรมดาจะอยู่ที่ 2 ใน 3 เพื่อช่วยให้บริษัทบรรลุเป้าหมายในด้านการลดระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสียอีก 30% ภายในปี 2020

เมษายน 8, 2012

จีนเนรมิต หลุมขยะยักษ์ เป็น โรงแรม 5 ดาว

สื่อจีนหลายแขนงรายงานว่า จากกรณีที่หลายปีก่อนบริษัทวิศวกรรมจากอังกฤษนาม แอตกินส์ (Atkins) ได้รับสิทธิ์ในการออกแบบโรงแรมใต้ดินในภูเขาเทียนหม่า เขตซงเจียง เมืองเซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีความลึกถึง 100 เมตร ล่าสุดมีความคืบหน้าแล้วว่าโครงการดังกล่าวจะถูกสร้างให้เป็นโรงแรมใต้ดินระดับ 5 ดาว ซึ่งมีสวนสนุกประกอบอยู่ด้วย

สำหรับพื้นที่ในภูเขาเทียนหม่าดังกล่าวอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลราว 65 เมตร เดิมทีในช่วงทศวรรษที่ 1950 ถูกใช้เป็นแหล่งสกัดหิน จากนั้นภายหลังปี ค.ศ.2000 ก็ถูกปิดร้าง โดยชาวบ้านดัดแปลงใช้เป็นหลุมขยะขนาดใหญ่ซึ่งมีพื้นที่ราว 36,800 ตารางเมตร กระทั่งเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ซื่อเม่า ได้ออกมาประกาศว่าโครงการเซี่ยงไฮ้ ซื่อเม่า วันเดอร์แลนด์ (Shanghai Shimao Wonderland) จะเปิดให้บริการได้ภายในช่วงปลายปี 2557 (ค.ศ.2014) หรือต้นปี 2558 (ค.ศ.2015) โดยมีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 428,000 ตารางเมตร

บริษัทผู้พัฒนาอสังหาฯ เปิดเผยด้วยว่า โรงแรมจะมีความสูงทั้งสิ้น 19 ชั้นโดย 3 ชั้นจะอยู่เหนือพื้นดิน ขณะที่ 16 ชั้นจะอยู่ลึกลงไปในหลุม โดยในส่วนที่อยู่ใต้ดินจะมีภัตตาคารใต้น้ำประกอบอยู่ด้วย และมีห้องพักรวม 380 ห้อง ทั้งนี้ราคาห้องพักจะเริ่มต้นที่ราว 2,000 หยวน หรือราว 10,000 บาทต่อคืน

ขณะที่เว็บไซต์ของ บ.แอตกินส์ก็ระบุรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวจะประกอบไปด้วยศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้ถึง 1,000 คน สวนดอกไม้ลอยฟ้า และจุดชมน้ำตก อีกด้วย โดยรายงานล่าสุดระบุว่ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ซื่อเม่าได้ทุ่มเงินกับโครงการดังกล่าวไปแล้วกว่า 3,500 ล้านหยวน หรือราว 17,500 ล้านบาท

เมษายน 8, 2012

Apple เตรียมเปลี่ยน logo ใหม่

หลังจากที่ภาพโลโก้ของแอปเปิลเปลี่ยนจากสีบรอนซ์เงินมาเป็นสีสายรุ้ง ซึ่งถือว่าเป็นเสมือนหนึ่งในการส่งสัญญาณว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงโลโก้อีกครั้ง หรือว่านักการตลาดคิดมากเกินไปกันเองกันแน่

ดูเหมือนว่าจะเป็นเวลานานเกือบ 10 ปีแล้วที่ไม่มีใครในตลาดโลกพูดถึงโลโก้ของแอปเปิลกัน เพราะแอปเปิลไม่ได้แตะต้องโลโก้ของกิจการอีกเลย จนหลายคนคิดว่าแอปเปิลคงพอใจกับการมิกซ์ แอนด์แมตช์ของสีสันที่ใช้เป็นโลโก้ของกิจการอย่างเพียงพอแล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งคงต้องยกย่องความใส่ใจทุกอณูของผู้ร่วมก่อตั้งกิจการของแอปเปิลอย่าง สตีฟ จ๊อบส์ ที่มีส่วนให้เกิดโลโก้ที่มีความพิเศษของแอปเปิลในวันนี้

การที่ผู้คนมีโอกาสเห็นโลโก้ของแอปเปิลที่ส่งประกายของสีบนท้องฟ้า จนเกือบจะทำให้นึกไปถึงโลโก้ดั้งเดิมของแอปเปิล ทำให้เกิดการจินตนาการไปต่างๆ นานาอย่างช่วยไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดมหกรรมการเปิดตัวไอแพดใหม่ของแอปเปิล จึงเหมือนกับการจัดฉากของผู้บริหารของแอปเปิลที่จะทำให้สื่อมวลชนและสาวกของแอปเปิลทั้งหลาย ได้มีโอกาสเห็นโลโก้ใหม่ในสีสันใหม่แบบสายรุ้งของแอปเปิล โดยทำให้ทุกคนเกิดความเข้าใจว่ามหกรรมที่จัดการนั้นเป็นการเปิดตัวไอแพด และทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนว่า เมื่อพวกเขามีโอกาสเจอกับแอปเปิลครั้งใด พวกเขาจะได้พบกับความแปลกใหม่และสิ่งที่คาดไม่ถึงเสมอ

และคราวนี้ก็เหมือนกัน การโยนหินถามทางเพื่อ

1. หาข้อคิดเห็นจากคนรอบข้างก่อนว่า เมื่อทุกคนมีโอกาสเห็นโลโก้สีสายรุ้ง ที่คล้ายคลึงกับโลโก้เดิมๆ ที่แอปเปิลเคยใช้อยู่

2. เป็นการนำเสนอแนวคิดใหม่ว่าแอปเปิลควรจะหันเหตนเองจากการยึดติดกับรูปแบบหรือสไตล์แบบโมเดิร์นแต่รู้สึกว่าไร้ชีวิตชีวา มาสู่รูปแบบของหลากสีสัน มีชีวิตจิตใจและสดใสแทน

3. เป็นการส่งสัญญาณใหม่ว่าต่อจากนี้ไปแอปเปิลจะไม่ติดกับรูปแบบเดิมๆ อีกแล้ว และวิสัยทัศน์ของการดำเนินธุรกิจของแอปเปิลในอนาคตอาจต้องเปลี่ยนแปลงไป

4. โอกาสในการจัดมหกรรมการเปิดตัวของไอแพดใหม่ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่แอปเปิลจะทำให้ผู้คนที่กำลังอยากจะรับเรื่องราวใหม่ๆ รวมทั้งการแสดงว่าแอปเปิลอยากเปลี่ยนแปลงโลโก้ใหม่ที่เติมเต็มการดำเนินธุรกิจให้มีสีสันด้วย

นักวิเคราะห์ทางการตลาดมองว่านอกเหนือจากประเด็นที่กล่าวมาแล้ว ดูเหมือนว่าผู้บริหารของแอปเปิลจะค่อนข้างซีเรียสและกังวลกับการปรับเปลี่ยนโลโก้ครั้งใหม่นี้มาก และถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่พอๆ กับการเปิดตัวสินค้าใหม่ทีเดียว

ย้อนไปตอนที่แอปเปิลเปิดดำเนินธุรกิจครั้งแรกในปี 1976 โลโก้ของกิจการจะใช้รูปของแอปเปิลสีขาวดำที่ร่วงหล่นลงมาจากต้นไม้ เหมือนกับเหตุการณ์ที่เซอร์ไอแซค นิวตัน ค้นพบทฤษฎีแรงโน้มถ่วงครั้งแรก โดยโลโก้ดังกล่าวออกแบบโดยผู้ร่วมการก่อตั้งกิจการคนที่ 3 ชื่อ รอน เวย์น

จนมาถึงยุคของอัจฉริยะในวงการบริหารอย่าง สตีฟ จ๊อบส์ ที่ออกจะเกลียดโลโก้ที่บริษัทใช้อยู่ และชอบความเรียบง่ายและคลาสสิกมากกว่าความมืดดำของสีสัน

จ๊อบส์คิดว่าสีดำขาวของโลโก้แอปเปิลคงจะไม่ได้ช่วยสร้างสรรค์หรือยกระดับคุณค่าของผลิตภัณฑ์ที่แอปเปิลกำลังออกวางตลาดอย่างไอแพดและไอโฟน ที่เป็นสีดำเหมือนกัน จึงเกิดการปรับเปลี่ยนการออกแบบโลโก้อีกครั้ง

ในคราวนั้น กราฟิกดีไซน์ชื่อ ร็อบ เจน๊อป ไปที่ซูเปอร์มาร์เกต และซื้อแอปเปิลมาตะกร้าหนึ่ง ทำการสไลซ์แอปเปิลออกเป็นชิ้นๆ และนั่งมองหาไอเดียในการออกแบบโลโก้ใหม่ของแอปเปิลนานนับชั่วโมง

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจใส่เพิ่มรอยกัดไว้ที่ด้านข้างขวามือของผลแอปเปิล เพื่อที่ผู้คนจะได้ไม่เข้าใจผิดว่ารูปภาพที่พวกเขาเห็นเป็นมะเขือเทศ แทนที่จะเป็นผลแอปเปิล เพราะภาพที่เห็นทำให้เข้าใจได้ทันทีว่านี่คือภาพของแอปเปิลแน่นอน และคงไม่มีใครที่จะกัดผลมะเขือเทศแบบนั้น

สิ่งที่เป็นความต้องการอย่างเดียวของ สตีฟ จ๊อบส์ ที่โดดเด่นที่สุดในการออกแบบโลโก้ของแอปเปิลคือ เขาต้องการให้โลโก้มีสีสันและมีชีวิตชีวาที่อาจจะเหมือนกับขาดหายไปในกรณีของบริษัทคอมพิวเตอร์อย่างบริษัทแอปเปิล และในที่สุดสีสันของโลโก้ที่เจน๊อปออกแบบให้กับบริษัทแอปเปิล จึงเป็นโลโก้ที่มีสีสันหลายสี

การออกแบบของ สตีฟ จ๊อบส์ ถูกต่อต้านจากผู้บริหารด้านการประชาสัมพันธ์ว่าไม่มีส่วนทำให้บริษัทสามารถประหยัดต้นทุน เพราะทุกครั้งที่ทำการพิมพ์โลโก้ต้องทำเป็นสีสายรุ้งหลายสี และเสนอให้ใช้สีดำเพียงสีเดียว แต่ในที่สุดความเห็นของ สตีฟ จ๊อบส์ และเจน๊อปก็ชนะใจคนส่วนใหญ่

โลโก้สีสายรุ้งของ สตีฟ จ๊อบส์ ทำหน้าที่ในการแสดงตัวตนของบริษัทแอปเปิลมาโดยตลอด ยกเว้นตอนที่แอปเปิลออกคอมพิวเตอร์ไอแมค ที่ทางบริษัทได้ปรับไปใช้โลโก้ที่เป็นสีโมโนโครม ด้วยรูปทรงของโลโก้ที่เหมือนเดิมทุกประการ

หลังจากการจัดการเปิดตัวไอแมคของแอปเปิลแล้ว โลโก้ของแอปเปิลได้ปรากฏโฉมในสีสันต่างๆ มีทั้งสีม่วงขององุ่น สีเขียวแบบเลมอน สีส้มเขียวหวาน สีสตรอเบอร์รี เป็นต้น

ระหว่างปี 2001-2003 ธีมของการดำเนินงานของแอปเปิลออกเป็นสีอความารีน หรือน้ำทะเล และหลังจากนั้นก็เป็นโลโก้ของแอปเปิลในสีแบบแก้วใส

ประสบการณ์ที่ผ่านมาของแอปเปิลแสดงให้เห็นว่าแอปเปิลเป็นกิจการที่เล่นสีสันบนโลโก้มาโดยตลอด และบางช่วงอาจจะเล่นจนเกินงามและโอเวอร์มากไปด้วยซ้ำ ขณะที่บางช่วงก็กลับไปเล่นโทนสีแบบขาว-ดำแบบเดิมๆ

จนมาถึงวันนี้ แอปเปิลแสดงให้ตลาดเห็นว่า อยากจะกลับมาเล่นสีสันอีกแล้ว และเห็นว่าแนวการออกแบบในอดีตของเจน๊อปที่เป็นสีสายรุ้งนั้นน่าจะใช้ได้เท่านั้น

ป้ายกำกับ: ,
เมษายน 6, 2012

จราจรหญิงเต้นโชว์แยกราชประสงค์

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ( สตช.) ได้ทำการปิดแยกราชประสงค์ เพื่อจัดกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยจัดกิจกรรมโชว์การเต้นจากตำรวจจราจรหญิง 12 คน พร้อมบันทึกภาพและเตรียมเผยแพร่ ลงเฟซบุ๊กและยูทูบ โดยช่วงการบันทึกภาพ มีประชาชนให้ความสนใจชมการโชว์เต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรหญิงจำนวนมาก

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.