“สีมงคลปี พ.ศ. 2552นี้คือ สีเขียว สีม่วงและสีดำครับ”
เซียน กระดองเต่าเอื้อนเอ่ย ท่ามกลางคนสนใจฟังในห้องรับแขก เบื้องหน้าเซียนมีอุปกรณ์สำหรับใช้ทำนาย คือ เข็มทิศสำหรับดูดวง
เหรียญจีนโบราณ กระดองเต่า ผ้าสีขาวเก่าคร่ำคร่าพับเป็นระเบียบอยู่ใกล้ๆ ผ้ายันต์ และไพ่ 1 สำรับ
ต้นศาสตร์แห่งโหรานี้อาจารย์บอกว่า “มีตำราอี้จิงเป็นแม่ใหญ่”
และ อธิบายต่อว่า คนที่เรียนวิชาดูดวงได้ จะต้องเตรียมความพร้อมมาก่อน นั่นคือต้องมีความรู้เรื่องดวงดาว มนต์คาถา และโหงวเฮ้ง เพราะการดูดวงแต่ละคราว ต้องใช้ศาสตร์หลายอย่างประกอบกัน
เสียงทักทายรอยชีวิตคนเบื้องหน้าอย่างฉะฉาน เหมือนเงาร่างของ ผู้เชื้อเชิญให้ทำนายนี้ หากย้อนกลับไปไม่ถึง 5 ปี จะเป็นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่ได้อย่างเด็ดขาด ถ้าคนที่นั่งอยู่เบื้องหน้านั้นไม่ใช่นักธุรกิจดัง ไม่ใช่เจ้าสัว
และที่สำคัญ ถ้าไม่มีคนที่มีเงินมากองให้เป็นค่าดู ในราคาเริ่มต้นที่ 40,000 บาท เรื่อยไปจนถึง 5 ล้านบาท
หมอกระดองเต่าหรือ “เซียนเต่า” แท้จริงเป็นใคร
นาม เดิมคือ สุรศักดิ์ จุ่นหัวโทน ปี พ.ศ.2552 นี้ วัย 34 ปี เดิมเป็นชาวอำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด เส้นทางกว่าจะมาเป็นหมอดูเงินล้าน และมีนามใหม่ว่า อาจารย์ฉัตรประเสริฐ รวยโภคทรัพย์ แถมยังมีฉายาที่หมิ่นเหม่ไปในทางคำด่าทอว่า หมอดูหน้าเลือดนั้น ช่างยอกย้อนและยาวไกล
ตำรา หมอดูกระดองเต่าได้มาอย่างไร อาจารย์พรายยิ้มจางๆ ก่อนเล่าให้ฟังว่า เดิมอาจารย์เป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด เรียนจบระดับประถมศึกษาเท่านั้น
“สมัยที่ผมเรียน ผมยอมรับว่าโง่มากๆ ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรเลย ในเรื่องเรียนหนังสือ” อาจารย์สารภาพ
เรียน จบแล้วก็ลาแม่เข้าเสี่ยงโชคในกรุงเทพฯ หางานรับจ้างเลี้ยงตัวไปวันๆ งานแรกๆ คือ รับจ้างล้างจานที่ร้านก๋วยเตี๋ยว กลิ่นก๋วยเตี๋ยวแม้จะหอมกรุ่นเพียงใด แต่กลิ่นเงินค่าแรงแผ่วเบาเกินไป แถมกลิ่นเหงื่อไคลนับวันจะแรงขึ้นทุกที เมื่อเพื่อนชวนเข้าทำงานที่คณะงิ้ว อาจารย์จึงร้องเพลงลาอย่างง่ายดาย
“ตอนนั้น ผมคิดว่าไปอยู่โรงงิ้วแต่งตัวเท่ๆ ทำงานสบาย แถมยังได้เงินดี ก็เลยไป ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้นหรอก เพราะเรายังเด็กอยู่” อาจารย์ย้อนรอยชีวิตให้ฟัง
แต่ความฝันกับความจริงมักวิ่งสวนทางกันเสมอ
เมื่อ อาจารย์ไปอยู่กับคณะงิ้ว ได้ค่าตัวเพียงพอกินไปวันๆ แถมงานยังหนักและเหนื่อยเหมือนเดิม เพราะต้องไปยกข้าวของบ้าง ไปแสดงเป็นตัวประกอบบ้าง คล้ายกับเสรี รุ่งสว่าง ที่บอกว่า “มีหน้าที่แบกกลอง” ไปวันๆ ไม่ได้ร้องเพลง
อาจารย์ ได้ค่าแรงวันละ 30 บาท อยู่พักหนึ่ง ก่อนที่แสงทองแห่งชีวิตเริ่มสาดฉาย เมื่อมีโอกาสได้ไปแสดงงิ้วที่จังหวัดตรัง เพราะได้ไปเจอกับอาจารย์หลี่ อาจารย์ผู้เก่งทางโหราศาสตร์แขนงต่างๆ
อาจารย์หลี่เห็นเข้าก็ถึงกับพูดว่า “กูตามหามึงมานานแล้ว” แล้วก็ซื้อตัวไปจากคณะงิ้วทันที โดยให้ไปเป็นคนรับใช้ในบ้าน
“ผมไปทำงานอยู่ไม่นาน อาจารย์หลี่ก็ถามผมว่า อยากได้เงินเพิ่มไหม ถ้าอยากได้เงินเพิ่มก็ท่องคาถาอาคมสิ ถ้าท่องได้ จะให้เงินค่าจ้างเพิ่ม แต่ถ้าท่องผิด จะโดนตีด้วยธูปก้านใหญ่แทน” เซียนเต่าเอ่ยพลางยิ้มอย่างอารมณ์ดี
มนต์ที่ท่องนั้นคือ “ผมท่องมนต์ 36 ชั้นฟ้า 72 พื้นดิน ผมท่องเพราะต้องการได้เงินเพิ่ม ถ้าท่องไม่ถูก ก้านธูปเล่มละ 3 บาทใหญ่ๆ สมัยนั้น อาจารย์มัดรวมกับผ้าแดงฟาดหัวผมทันที ผมท่อง 15 วัน ถึงจะได้หมดเลย”
ภายหลังเรารู้ว่า “มันเป็นตำราฟ้าและเวทมนตร์รวมกันเป็น 108 ฟ้า และดินแห่งฤกษ์ยาม ต้องท่องให้ได้ มันถึงจะมีมนตรา ถ้าไม่มีมนตรา มันจะดูไม่แม่น
ต่อมาอาจารย์หลี่ยังไล่ไปเรียนโหงวเฮ้ง ดวงดาว ลายมือ ฮวงจุ้ย และเขียนยันต์ประกอบด้วย”
ทำไมต้องกระดองเต่า หมอดูกระดองเต่าบอกว่า “วัน หนึ่งอาจารย์บอกว่า วันนี้ฤกษ์งามยามดีมาก กระดองเต่าจะมา ตอนนั้นเรายังเด็ก อายุประมาณ 12-13 ปี เราไม่รู้ว่ากระดองเต่าจะมายังไง เสร็จปุ๊บท่านก็ดูฤกษ์ดูยามตามแบบของคนจีน แล้วตั้งโต๊ะปะรำที่ริมน้ำ หลังจากนั้นเต่าก็ลอยน้ำมา เป็นเต่าตายนะครับ หงายท้องมาแล้ว”
ระหว่างนั้น “ท่านหันมาที่ผมบอกว่า ไปเลยเอ็ง ไป เอากระดองเต่ามา เราก็คิดว่าเอ…ลูกศิษย์ตั้งเยอะ ตั้ง 9 คน ทำไมมาใช้ผมไปเอา แต่ผมก็ลงไป เมื่อได้มา ท่านก็ทำพิธีบวงสรวงก่อน 49 วัน แล้วไปตากแห้งอีก 108 วัน คำนวณดวงดาว”
ดังนั้น ลูกศิษย์อาจารย์เดียวกัน คนที่ใช้กระตองเต่าจึงมีเพียง “เซียนเต่า” เพียงคนเดียว
นอก จากนั้น มีเอกลักษณ์ไปคนละอย่าง เด่นไปคนละแบบ บางคนถนัดเรื่องฮวงจุ้ย บางคนถนัดเรื่องเขียนยันต์ เวทมนตร์อาคม เซียมซี ดูติ้ว ดูลายมือ ดูโหงวเฮ้ง เป็นต้น
ศิษย์ทั้ง 9 คน ถนัดไม่เหมือนกัน และ “ปัจจุบันศิษย์ทั้ง 9 คน ตายกันไปหมดแล้ว เหลือผมเพียงคนเดียว เพราะลูกศิษย์คนอื่นๆ สมัยเรียนดูดวงอายุ 60-70 ปีกันเข้าไปแล้ว
ผมเป็นคนอายุน้อยที่สุด เรียนวิชาเมื่ออายุ 12 ปี 5 เดือน เพิ่งออกมาจากโรงเรียนใหม่ๆ”
ถ้ากระดองเต่าเกิดแตกหัก “ทำ ขึ้นมาใหม่ได้ครับ แต่ต้องคำนวณดูก่อนว่า วาสนาของผมจะได้กระดองเต่าหรือไม่ แต่อาจารย์เคยบอกผมไว้ว่า ถ้าผมได้กระดองเต่าอันใหม่มา จะเป็นกระดองเต่าเผือก จะยิ่งทำให้แม่นกว่าเก่า แต่ต้องอายุประมาณ 35 ปี”
การได้มาคราวนี้ “อาจารย์ท่านบอกว่า จะมีคนเอามาให้ครับ”
ขั้นตอนการทำนายเซียนเต่า ขั้นแรก “คนที่จะมาดูดวงกับผมต้องมีวาสนาต้องกันถึงจะทำนายได้แม่นยำ เราจะชี้ทางให้เขาร่ำรวย แต่ถ้าดวงชะตาไม่ถูกกัน ทายอย่างไรก็ไม่แม่น”
ดังนั้น ก่อนจะดูดวงให้ใคร “เราต้องขอปีคนที่จะดูมาก่อน ขั้นสอง ดูธาตุ ว่าเป็นธาตุไฟ น้ำ ทอง แล้วเขย่าเสี่ยงทายออกมา หันดูทิศธาตุรหัสดวงดาว
ดวงดาวมีทั้งหมด 8 ทิศ แล้วทายออกมาเลยว่า ดวงคนนี้จะถูกชะตากับเราหรือไม่”
คำว่าดวงถูกกัน “หมายความว่า ชาติก่อนเราทำบุญมาด้วยกัน เลยมาเจอกัน”
แล้วเราจะรู้ได้เมื่อ “เราต้องเสี่ยงทาย 3 ครั้งก่อน ถ้าเราทายถูกเป๊ะเดินได้เลย ฟ้าก็จะเปิดกว้าง เราจะเห็นอนาคตของเขาเลย”
เมื่อตกลงว่าชะตาต้องกันแล้ว ค่อยกำหนดสถานที่ ส่วนใหญ่ “คนดูจะเชิญผมไปบ้าน”
วิธีดูคือ เอาเหรียญใส่กระดองเต่า เขย่า เทออกมา แล้วดูตำแหน่งเหรียญที่ตกกับเข็มทิศเบื้องหน้า แล้วทายออกมา
คนที่เชิญให้ดูดวงมี “ผู้หญิง จะมากกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงคนไทยเรื่องหมอดูจะคู่กันมาก ร้อยส่วนให้ 90 เปอร์เซ็นต์ วัยตั้งแต่เด็กถึงแก่ แต่ปัจจุบันนี้ผู้ชายเริ่มเยอะแล้ว ลูกค้าของผมส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจมาก”
รายที่ทายแล้วประสบความสำเร็จก็อย่าง “คุณ บอย ท่าพระจันทร์ ช่วงนั้นเขาเป็นหนุ่มไฟแรง ค้าขายเรื่องพระเรื่องเจ้าดีอยู่แล้ว เมื่อมาเจอกับอาจารย์ อาจารย์แนะนำให้เขาทำบุญเปิดดวงให้รวย หลังแนะนำแล้ว บอกว่าเขาจะได้พระทองคำมา 13 เหรียญ ก็เป็นความจริง ทำให้เขาทำมาค้าขายได้ดี และดังขึ้นมากกว่าเก่าอีก”
ถ้าเขาไม่พบคุณหมอ “เขา ก็จะไม่ได้ขนาดนี้ เพราะดวงดาวของคนเรามันอยู่ที่กุศลผลบุญ การเปิดดวงเป็นความเชื่อว่า ให้ไปเปิดกุศลผลบุญจากปางก่อน ให้มารวมกันในชาตินี้ เพราะคนเราเกิดมาหลายชาติกว่าจะมาเป็นมนุษย์ได้”
เมื่อพบว่าคนดูมีเคราะห์เซียนเต่ายืนยันว่า “ถ้าวาสนาเขาตรงกับอาจารย์ก็จะบอกเขาไปเลยว่าจะแก้ไขได้อย่างไร แล้วให้เขาไปแก้ไขกันเอง”
ฟัง เซียนเต่าเรื่องบุญทำกรรมแต่งแล้ว การจะแก้กรรมด้วยราคาใดก็ตาม เราคงไม่ลืมว่า เมื่อเราหว่านเมล็ดพันธุ์พืชใดไว้ เราย่อมได้พืชพันธุ์นั้น
เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
ความเห็น โดย arm — มกราคม 28, 2009 @ 1:19 pm
[...] ประวัติความเป็นมาของหมอดูกระดองเต่า เชิญดูได้ที่นี่ [...]
Pingback โดย ของเขาดีจริงๆ”แป๊ะฉ่าย”ขาดตลาดทันที! « ShijiemiS [ซือ-เจ๊-เอ็ม-ไอ-เอส] — มกราคม 31, 2009 @ 9:46 pm
“แป๊ะฉ่าย” ราคาพุ่งพอๆกับราคาทองเลยครับ อยากลองไปดูดวงกับอาจารย์เหมือนกันนะ วิธีดูน่าสนใจมาก
ความเห็น โดย Firm Create — กุมภาพันธ์ 1, 2009 @ 7:33 pm
อาจารย์เขาแม่นจริง ๆ นะค่ะ เพราะเขามาออกรายการ ช่อง media ทางเคเบิ้ลนะค่ะ แม่นมากๆๆๆๆๆๆๆ
ความเห็น โดย จิ๊ก — เมษายน 3, 2009 @ 12:48 pm
เป็นคนเห็นๆแต่กลับบอกว่าเป็นเซียน ไม่คิดว่ามันมากไปหน่อยเหรอ เอาเซียนบนฟ้ามานำหน้าชื่อตัว ไม่ดีมั้ง
ความเห็น โดย atommic1 — กรกฎาคม 28, 2009 @ 2:41 pm
ต้องการจะขอดูดวงกับอ.ฉัตรประเสริฐ โดยครงจะสามารถติดต่อยังไงได้บ้างค่ะกำลังเดือดร้อนเรื่องการงานจริงๆค่ะรบกวนช่วยบอกผ่านทางเมล์ด้วยนะคะ ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ความเห็น โดย noona — สิงหาคม 2, 2009 @ 5:34 pm
อยากให้อาจารย์ช่วยดูดวงให้ เพื่อแก้ไขธุรกิจให้ดีขึ้น ปลดหนี้ปลดให้หมดจะทำได้อย่างไร ค่าดูเท่าไหร่ ติดต่อฝ่านทางเมลล์จะได้หรือไม่
ความเห็น โดย นายบุณชัย บุณยเกียรติ — สิงหาคม 5, 2009 @ 9:09 am
อยากจะดูดวงกับอาจารย์หน่องมาก ต้องการติดต่อกับอาจารย์ด่วน เพราะมีปัญหาหลายอย่างที่ต้องการให้อาจารย์แนะแนวทางในการแก้ปัญหา ช่วยบอกผ่านทางเมล์ด้วยนะค่ะ
ความเห็น โดย ณัฐธัญ เอกอภิญญา — กันยายน 7, 2009 @ 11:08 pm
ต้องการดูดวง เกี่ยวกับธุรกิจกับอาจารย์ สถานที่ติดต่อและเบอร์โทรอาจารย์ ติดต่อผ่านเมล์ ด้วยครับ
ความเห็น โดย ประวิตรชัย — กันยายน 14, 2009 @ 1:03 pm
ต้องการดูดวง เกี่ยวกับธุรกิจ การงาน การเงิน กับอ.เซียนเต่า รบกวนขอเบอร์ติดต่อ ผ่าน email จะสะดวกมั้ยคะ มีปัญหาหนักใจจริงๆค่ะ
ความเห็น โดย รุจิเรข — กันยายน 16, 2009 @ 9:46 pm
อยากทราบอนาคตเรื่องความรักจะได้มีคู่เหมือนกับคนอื่นหรือไม่
ความเห็น โดย นางสาวศกลรัตน์ บุญโพธิ์ — ตุลาคม 19, 2009 @ 11:22 am