TH News

ข่าวภาษาไทย

กรมสุขภาพจิตห่วงสังคมเครียด สลายม็อบเลือดจิตตกเสี่ยงPTSD

leave a comment »

เมื่อ วันที่ 10 ตุลาคม ที่กรมสุขภาพจิต นพ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมสุขภาพจิต แถลงกรณีสถานการณ์การเมืองที่มีความขัดแย้งรุนแรงว่า จากเหตุการณ์การสลายชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดความสูญเสีย บาดเจ็บต่อร่างกายและจิตใจของประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อให้เกิดความเครียด และความตื่นตระหนก ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1.กลุ่มผู้ประสบเหตุโดยตรง 2.กลุ่มญาติมิตร และ 3.กลุ่มคนที่ติดตามข่าวสาร ซึ่งการรับรู้และความรู้สึกของคนต่อวิกฤตการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติและฝีมือของมนุษย์นั้นต่างกัน โดยทั่วไป วิกฤตที่เกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์มักส่งผลกระทบต่อจิตใจที่รุนแรงและ ยาวนานกว่า การสลายม็อบรุนแรงทำให้ประชาชนเกิดความเครียด เนื่องจากร่างกายและจิตใจเกิดการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ โดยร้อยละ 80-90 ของผู้ที่ประสบเหตุการณ์วิกฤต จะเกิดอาการเช่นนี้อยู่แล้ว ภายใน 1 สัปดาห์-1 เดือน และจะหายได้เองเมื่อเวลาผ่านไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่สำหรับบางคนไม่สามารถจัดการกับความเครียดได้ อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคเครียดภายหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หรือ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) ที่จะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตในระยะยาวได้

นพ.ชาตรีกล่าวว่า ผลกระทบที่ถือเป็นอาการปกติภายหลังจากประสบเหตุวิกฤติ มี 4 ด้าน ดังนี้ 1.ด้านอารมณ์ มีอาการ โกรธ สิ้นหวังมึนชา ไร้ความรู้สึก หวาดผวา 2.ด้านความคิด ขาดสมาธิ รู้สึกว่าตนเองไม่ปลอดภัย โกรธ โทษตัวเองและบุคคลอื่น หาแพะรับบาป หรือผู้รับผิดชอบ 3.ด้านร่างกาย มีการเมื่อยล้า ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร และ 4.ด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่นมักจะแยกตัว หลีกหนีสังคม มีความคิดขัดแย้งกับผู้อื่น ดังนั้น การเยียวยาให้ความช่วยเหลือด้านจิตใจเบื้องต้น (Psychological First Aid : PFA)เป็นสิ่งสำคัญมาก เช่น การแสดงความเป็นมิตร พูดคุย รับฟังสิ่งที่ผู้ประสบเหตุระบายออกมาอย่างตั้งใจและเห็นใจ เพื่อลดความตึงเครียด สัมผัส จับมือ ปลอบประโลม ให้กำลังใจ ให้รู้สึกปลอดภัย ตลอดจนช่วยสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจให้เกิดขึ้น

นพ. สุจริต สุวรรณชีพ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การบำบัดและเยียวยาเหยื่อในเหตุการณ์เป็นสิ่งที่สำคัญมากและต้องเร่งช่วย เหลือ โดยกรมสุขภาพจิต ประสานกับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่กรุงเทพฯ เตรียมส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตลงพื้นที่ดูแลจิตใจผู้บาดเจ็บและญาติ ผู้สูญเสีย จำนวน 478 คน เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการเกิดโรคดังกล่าว ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือติดต่อสายด่วน สุขภาพจิต 1323 จะมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา โดยในรายที่มีอาการหนัก จะจัดทีมไปรับผู้ป่วยส่งรักษาโรงพยาบาลทันที

นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่ผ่านมา เคยมีการติดตามครอบครัวของผู้อยู่ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ซึ่งเกิดความสูญเสียจำนวนมาก ทำให้พบว่าความเศร้าโศก และผลกระทบเกิดขึ้นกับครอบครัว และผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเป็นระยะเวลานาน ทั้งนี้ เกิดผลกระทบเรื่องความสัมพันธ์ต่อผู้อื่นที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ไม่มีความไว้วางใจผู้อื่น โดยจะมี 3 ลักษณะคือ เก็บตัว แสดงออกด้วยความรุนแรง หรือหลบหนีจากสังคม ซึ่งขึ้นอยู่กับพัฒนาการทางจิตใจของบุคคลนั้นว่าเป็นอย่างไร จึงควรให้การดูแลผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งมากและน้อย เพื่อเยียวยาจิตใจ

นพ. ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศาสตร์ หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ผู้ที่ประสบเหตุการณ์ที่มีความรุนแรงโดยตรง สามารถส่งผลกระทบต่อจิตใจได้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ประชาชนควรถือเป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ เผชิญกับความคิดเห็นที่แตกต่างด้วยใจที่เปิดกว้างไม่ใช้อารมณ์ มองว่าการรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างทำให้ได้ข้อมูลข่าวสารที่รอบด้าน

นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยสำนักสุขภาพจิตสังคม กล่าวว่า กลุ่มที่น่าเป็นห่วงคือ เด็กที่อยู่ในพื้นที่การชุมนุม การเห็นภาพรุนแรงมีผลกระทบโดยตรงกับเด็ก ทั้งเด็กที่ได้รับบาดเจ็บและไม่ได้รับบาดเจ็บ ผู้ปกครองจำเป็นต้องประเมินในการให้เด็กเข้าไปอยู่ในพื้นที่เหล่านั้น เช่นเดียวกับการชมโทรทัศน์ ยิ่งเป็นเด็กเล็กจะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรเป็นอะไร และเกิดความกลัวในที่สุด ส่งผลกระทบที่สังเกตได้คือ เด็กเลี้ยงยากขึ้น กินยาก นอนยาก ส่วนผลกระทบจิตใจอาจส่งผลในระยะยาวโดยเฉพาะเด็กที่ได้รับผลกระทบโดยตรงที่ เห็นเหตุการณ์ ผู้ปกครองที่พาบุตรหลานไป ซึ่งมีอารมณ์ร่วมกับเหตุการณ์อยู่แล้ว อาจไม่ทันได้ดูแลและระวัง ในการให้เด็กได้รับรู้ความรุนแรง หรือ ฟังคำพูดที่หยาบคาย ซึ่งพ่อแม่จำเป็นต้องใช้วิจารณญาณและไม่ควรปลูกฝังความเกลียดให้กับเด็ก แต่ควรอธิบายเหตุผลเพื่อสร้างความฉลาดทางอารมณ์

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถทำแบบประเมินเพื่อทดสอบสภาพจิตใจของตนเองอย่างง่าย ว่ามีความเครียดทางการเมืองหรือไม่ โดยตอบคำถามจากแบบประเมินความเครียด 8 ข้อ โดยแบ่งคะแนนเป็น ไม่มี 0 คะแนน มีบางครั้ง 1 คะแนน มีบ่อย 2 คะแนน มีทุกวัน 3 คะแนน โดยคำถาม 8 ข้อ คือ 1 ท่านรู้สึกกังวลเมื่อต้องแสดงความเห็นทางการเมือง 2 ท่านรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น 3 การรับรู้เหตุการณ์ทางการเมืองทำให้ท่านรู้สึกหงุดหงิด/โกรธ/โมโหง่าย 4 เหตุการณ์ทางการเมืองทำให้ท่านนอนไม่หลับหรือหลับยาก 5 ท่านไม่มีสมาธิในการทำงานหรือทำกิจวัตรต่างๆ เมื่อนึกถึงการเมือง 6 การเมืองทำให้ท่านทะเลาะหรือโต้เถียงกับคนอื่น 7 ท่านรู้สึกใจสั่นเมื่อรับรู้เหตุการณ์ทางการเมือง 8 ท่านคิดวนเวียนเรื่องสถานการณ์ทางการเมือง หากรวมคะแนนแล้ว ได้ตั้งแต่ 9 คะแนนขึ้นไป ถือว่าเครียดรุนแรง ควรได้รับคำแนะนำจากบุคลากรด้านสุขภาพจิต หรือ สายด่วน 1323

Advertisements

Written by webdevils

ตุลาคม 11, 2008 ที่ 6:47 pm

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: