TH News

ข่าวภาษาไทย

จี้”รัฐบาล”รับผิดชอบ “อนุพงษ์”ลั่น ยันบีบทำปฏิวัติไม่คุ้ม

leave a comment »


7พันธมิตรมอบตัว-ได้ประกัน “สล้าง”ตั้งกองกำลังยึดทำเนียบ

” อนุพงษ์”พูดชัดรัฐบาลต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำไป ย้ำจุดยืนไม่ปฏิวัติ ซัด”จิ๋ว”ไม่มีหลักการ ให้ไปแก้ปัญหาที่ทำไว้ในวันที่ 6 ต.ค. โฆษก ทบ.บอก 3 เหล่าทัพประสานให้ ตร.หยุดความรุนแรง 7 แกนนำพันธมิตรเข้ามอบตัว ใช้ตำแหน่ง 3 ส.ว.ประกัน

โฆษกทบ.จี้”รบ.”รับผิดชอบ3 เหล่าทัพประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบ กรณีสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เคลื่อนขบวนไปปิดล้อมรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อกดดันไม่ให้รัฐบาลแถลงนโยบาย

ทั้งนี้ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวในรายการ “รู้รักสามัคคี ทำความดีเพื่อแผ่นดิน” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกองทัพบก 126 สถานีทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม เกี่ยวกับจุดยืนของกองทัพกับสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน ว่าทหารที่ออกปฏิบัติภารกิจในวันที่ 7 ตุลาคมนั้น จุดประสงค์หลักคือ ออกไปดูแลทรัพย์สินประชาชน ป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีฉกฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายให้เกิด ขึ้น ไม่ได้ออกไปช่วยตำรวจสลายการชุมนุม หรือทำร้ายประชาชน

พ.อ. สรรเสริญกล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีคำถามว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดระเบียบผู้ชุมนุมเป็นเรื่องที่ตำรวจทำรุนแรงเกินกว่า เหตุหรือไม่ หรือเป็นการก่อความวุ่นวายของมือที่ 3 ที่ไม่หวังดีแทรกตัวอยู่ หรือกลุ่มพันธมิตรมีส่วนทำให้เกิดความรุนแรงนั้น จุดเริ่มต้นมาจากการสั่งการของรัฐบาล ซึ่งกองทัพมองว่ารัฐบาลควรจะต้องแสดงความรับผิดชอบ

3เหล่าทัพประสานตร.ยุติรุนแรง

เมื่อ ถามว่า จะให้รัฐบาลรับผิดชอบด้วยการลาออก หรือยุบสภา พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า “ความรับผิดชอบในขั้นต้นคือ การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งต้องรวดเร็ว โปร่งใส และชี้แจงให้สังคมยอมรับได้ หรือจะรับผิดชอบด้วยวิธีอื่นใด แล้วแต่รัฐบาลเห็นว่าเหมาะสม วันนั้นกองทัพไทยทั้ง 3 เหล่าทัพ ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้หยุดการใช้ความรุนแรงกับประชาชน”

พ. อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) กล่าวว่า กอ.รมน.ได้ตั้งวอร์รูม เพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุม ซึ่งทุกวันจะรายงานสถานการณ์เข้ามายังห้องติดตามสถานการณ์ โดยจะเรียนผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น โดยด้านการข่าวได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองทัพบก กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และหน่วยงานที่อยู่ในกองทัพ ขณะนี้ทำงานได้เพียงประสานเพื่อให้ข้อมูล ยังไม่ปฏิบัติการ เพราะยังไม่ประกาศพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย

“อนุพงษ์”ให้”จิ๋ว”แก้ปัญหา6ต.ค.

พล. อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวในรายการ “เรื่องเด่นเย็นนี้” ทางช่อง 3 ถึงจุดยืนของกองทัพบกในการให้รัฐบาลรับผิดชอบในการสลายการชุมนุมว่า การสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ถือเป็นความรับผิดชอบ ซึ่งไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลผิดหรือไม่ผิด แต่รัฐบาลต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ได้ทำไป ซึ่งความรับผิดชอบมีหลายหนทางที่จะทำให้ประเทศชาติเดินต่อไปได้ แต่ไม่ขอกล่าว ทุกคนทราบดีว่าจะทำอย่างไร บ้านเมืองจึงจะเดินต่อไปได้อย่างเรียบร้อย

“กระแสกดดันที่ให้ทหารออก มาปฏิวัตินั้น กองทัพประเมินแล้วไม่คิดว่า จะแก้ปัญหาได้ และไม่น่าจะคุ้ม เว้นแต่จะทำแล้ว เอาให้บรรลุขั้นแรกเท่านั้น คือการหยุดการใช้อำนาจ ผ่อนคลาย ทั้งนี้ จุดยืนทหารทุกคนหนักแน่น ไม่ปฏิวัติ” พล.อ.อนุพงษ์กล่าว

เมื่อ ถามว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการยึดอำนาจคือทางออกของปัญหาแล้วตั้งรัฐบาลชั่วคราว พร้อมบอกว่าอย่ากลัว พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า “ผมไม่มีความกลัว ท่านเข้าใจอะไรผิด ท่านกรุณาไปแก้ปัญหาวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมาให้เรียบร้อยก่อน ไม่ต้องห่วง ผมทำอะไรได้ไม่ต้องกังวล ท่านพูดไม่น่ามีหลักการ”

เมื่อถามว่า วันสลายการชุมนุม พล.อ.ชวลิตเป็นคนสั่งการหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า “ไม่ทราบ ท่านรับและพูดเองก็ว่ากันเอง ท่านรับไปแล้วก็เป็นคนสั่งการไปกี่ข้อ ไปเคลียร์มาให้ได้ อย่าให้บ้านเมืองมากดดันสิ่งที่ไม่รู้ว่าจะแก้ได้หรือไม่ คนไม่พอใจในเรื่องนั้นก็ทำให้รัฐบาลรับรู้ และวิเคราะห์ว่าควรทำอย่างไร”
7แกนนำพันธมิตรเข้ามอบตัว

เวลา 09.45 น. แกนนำพันธมิตร 7 คน ประกอบด้วย นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสุริยะใส กตะศิลา นายอมร อมรรัตนานนท์ และนายเทอดภูมิ ใจดี ที่ศาลอุทธรณ์ให้เพิกถอนหมายจับในข้อหากบฏ ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ในความผิดตามมาตรา 116 โดยกระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อคัดค้าน หรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และมาตรา 215 วรรค 3 มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือมีหน้าที่ส่งเสริม มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี โดยมีการ์ดพันธมิตรประมาณ 30 คน ติดตามมาให้ความคุ้มครอง จากนั้น พนักงานสอบสวนได้เข้าสอบปากคำที่ห้องประชุมชั้น 2 ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมด

ใช้ตำแหน่ง3ส.ว.ประกันตัว

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายสนธิ ซึ่งได้รับการประกันตัวและออกจากห้องสอบสวนเป็นคนแรก กลุ่มพันธมิตรที่ตามมาให้กำลังใจต่างปรบมือโห่ร้องด้วยความยินดี โดยนายสนธิกล่าวว่า ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี และทราบว่าที่ประชุมของตำรวจเมื่อคืนวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. พยายามที่ยื่นข้อหากบฏให้แกนนำ ทั้งที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งแล้ว แต่ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. ไม่เห็นด้วย

ด้านนายสุริยะใสกล่าวว่า ตำรวจให้ประกันตัวโดยไม่มีเงื่อนไข โดยใช้ตำแหน่งของ 3 ส.ว. 3 คน ประกอบด้วย นายคำนูณ สิทธิสมาน นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา และนายสาย กังกเวคิน ส.ว.ระยอง ประกันตัว ซึ่งตำรวจตั้งหลักทรัพย์ประกันตัวคนละ 1 แสนบาท ส่วนนายสมเกียรติมีเอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครองอยู่แล้ว และพนักงานสอบสวนได้นัดให้แกนนำทั้ง 7 คน มารายงานตัวในวันที่ 24 ตุลาคมนี้

“โกวิท”ชี้ตร.อาชีพต้องคำสาป

พล. ต.อ.โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าเยี่ยมอาการของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจาก เหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจว่า เห็นใจและสงสารเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก เมื่อมีม็อบ มีกลุ่มผู้ชุมนุม ตำรวจก็มีแต่ความทุกข์ความอึดอัด ซึ่งเข้าใจดี เพราะอยู่กับปัญหานี้มายาวนานตำรวจนั้นเป็นอาชีพที่น่าสงสาร ต้องคำสาป ทำความดีเหน็ดเหนื่อยเพื่อรักษาความสงบให้บ้านเมืองเสียสละทุกอย่าง แต่เมื่อเกิดการเจ็บป่วยสูญเสียในการปฏิบัติหน้าที่มักจะได้รับคำตำหนิ ติเตียน

“ผมขอเรียนพี่น้องประชาชนว่าได้โปรดให้ความเป็นธรรม ให้กำลังใจ ไม่อย่างนั้นจะไม่มีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทำงานให้ส่วนรวม ขอให้ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงให้รอบคอบ อะไรมันถูกมันผิด อะไรมันของจริงของปลอมที่หลอกลวงกันอยู่ มิฉะนั้นบ้านเมืองจะเดินต่อไปไม่ได้ ถ้าไม่เอาความดีความถูกต้องมาแก้ไข” พล.ต.อ.โกวิทกล่าว

“สล้าง”ตั้งกองกำลังกู้ทำเนียบ

ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 15.30 น. พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ (รอง อ.ตร.) นำ ส.ต.ต.ณัฐวุฒิ จันทร อายุ 22 ปี ตำรวจสังกัดกองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (บก.ตปพ.) หรือ 191 ที่นั่งชันเข่าเล็งอาวุธปืนพกสั้น และ ส.ต.อ.ประคอง พันระกา อายุ 32 ปี ตำรวจสังกัดเดียวกัน ที่เป็นคู่หูทำงานมีหน้าที่คอยคุ้มกันรถให้ ส.ต.ต.ณัฐวุฒิ มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดย พล.ต.อ.สล้างกล่าวว่า ตอนนี้ตำรวจตกเป็นจำเลยของสังคม ที่ผ่านมาตำรวจถูกเยาะเย้ยถากถาง มีตำรวจกว่า 40 คนลาป่วย เพื่อรักษาสุขภาพจิต และอีก 2 รายลาออกไป เพราะไม่รู้ว่าจะทำงานไปทำไม ทุกคนมีแต่ทำร้ายตำรวจ ใส่ความตำรวจ จนทำให้เหตุการณ์ลุกลามใหญ่โต
” มีตำรวจมาพูดกับผมว่า ตอนนี้ตำรวจไม่กล้าทำงาน เพราะผู้ใหญ่ไม่กล้าตัดสินใจ ผมจึงคิดกับเพื่อนตำรวจนอกราชการที่อดีตเคยเป็นครูตำรวจตระเวนชายแดน ครูตำรวจปราบจราจลล คอมมานโด กองปราบปราบ ตั้งกองกำลังกู้ทำเนียบรัฐบาล โดยจะเสนอรัฐบาลว่าจะเข้าไปยึดทำเนียบรัฐบาลคืนเอง เบื้องต้นรวบรวมตำรวจนอกราชการได้กว่า 1,000 นาย ซึ่งถ้าหากตำรวจในราชการอยากร่วมด้วยก็ขอให้ไปลาราชการมาร่วมกันทำงาน ส่วนชาวบ้านทั่วไปมาร่วมได้ แต่ให้มาทำงานในส่วนอื่น เพราะไม่ได้รับการฝึกมา ซึ่งกองกำลังสามารถรวบรวมได้ภายใน 5 วัน ส่วนเรื่องเงินทุนถ้าไม่มีใครบริจาคสนับสนุน จะขายทรัพย์สินส่วนตัว ซึ่งเป็นเหรียญที่มีค่าที่ผมเองเก็บไว้มานาน จะมีการประมูลขายใครสนใจสนับสนุนก็ให้ติดต่อมาได้” พล.ต.อ.สล้างกล่าว

“191”หวังยิงยางรถสกัดชนตร.

ด้าน ส.ต.ต.ณัฐวุฒิกล่าวว่า วันเกิดเหตุทำหน้าที่เป็นพลขับรถบัสขนอุปกรณ์พิเศษในการควบคุมฝูงชน เห็นรถกระบะสีน้ำเงินขับพุ่งเข้าชนเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อหน้าได้รับบาดเจ็บ 4-5 นาย และจะชนซ้ำอีก จึงวิ่งลงจากรถเอาอาวุธปืนขนาด .357 ซึ่งเป็นอาวุธปืนประจำกาย เพื่อยิงยางรถเพื่อสกัดไม่ให้พุ่งชนตำรวจ แต่รถคันดังกล่าวได้ขับหนีออกไปก่อน จึงไม่ได้ยิงปืนออกไป

ผู้สื่อ ข่าวถามว่า รู้สึกอย่างไรที่ต้องตกเป็นจำเลยของสังคม ส.ต.ต.ณัฐวุฒิกล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนตำรวจให้รอดชีวิต เพราะตอนนั้นแนวด้านหลังมีเพื่อนตำรวจอยู่เป็นจำนวนมาก และด้านหน้าแนวเพื่อนที่ถูกรถชนก็ยังไม่มีใครเข้าไปช่วยออกมายังอยู่ที่เดิม เมื่อถามว่า คิดหรือไม่ตอนถ้ายิงออกไปจะพลาดไปถูกกลุ่มผู้ชุมนุม ส.ต.ต.ณัฐวุฒิกล่าวว่า ตอนที่ชักอาวุธปืนออกมาตรงนั้นยืนยันว่าไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่เลย มีเพียงตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บและรถคันดังกล่าวเท่านั้น

“เจ้า หน้าที่ตำรวจปราบปราบจลาจลจะไม่มีอาวุธ แต่ผมเป็นพลขับที่ต้องดูแลอุปกรณ์พิเศษในการควบคุมฝูงชน จึงอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนเข้าไปเพื่อป้องกันอุปกรณ์พิเศษเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติที่พกพาอาวุธปืน และว่า ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว ส่วนอาวุธปืนตอนนี้เก็บไว้ที่หน่วย พร้อมที่จะให้ตรวจสอบว่ายังไม่มีการยิงออกไป” ส.ต.ต.ณัฐวุฒิกล่าว

บิ๊กบช.น.ไม่เลิกใช้แก๊สน้ำตา

ด้าน พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. ให้สัมภาษณ์ภายหลังกลุ่มพลังไทย IN USA และกลุ่มชาวไทยในสหภาพยุโรป นำดอกไม้มาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมมอบเงินสดจำนวนหนึ่งเพื่อใช้รักษาความสงบเรียบร้อย กรณีศาลปกครองสั่งไม่ให้ตำรวจกระทำรุนแรงต่อผู้ชุมนุมว่า ศาลปกครองใช้คำว่าหลักสากล ถามว่าใช้แก๊สน้ำตาได้หรือไม่ ถือว่าใช้ได้ แต่วิธีการใช้กับขั้นตอนการใช้เป็นอย่างไรต้องดำเนินการตามหลักสากล ถ้าตีความว่าการคุ้มครองตามหลักสากล ยังใช้ได้ แต่ขั้นตอนวิธีการใช้ เช่น จากเบา คือเจรจา คุยกับแกนนำ จากนั้นต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบโดยใช้เครื่องเปล่งเสียง จากนั้นใช้รถน้ำเตือนเพื่อฉีด ต่อมาอาจจะดันกันด้วยโล่ และสุดท้ายเคลียร์ด้วยแก๊ส ซึ่งหากมีเหตุการณ์ต้องสลายการชุมนุม ก็จะใช้แก๊สน้ำตาอีก แต่จะใช้ในขั้นตอนสุดท้าย

ตร.เลิกพิธีมอบโล่วันตำรวจ

พล. ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตร กล่าวถึงกรณีพันธมิตรจะเคลื่อนขบวนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ว่า จะไปชี้แจงโทษตำรวจที่สลายการชุมนุมว่าทำเช่นนี้ได้อย่างไร เพราะตำรวจเป็นลูกจ้างของประชาชน มีหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ ไม่ใช่พิฆาตสันติราษฎร์ ซึ่งเป็นการไปชี้แจงโทษ เพื่อให้เขาปรับปรุงตัวใหม่ว่าทำเช่นนี้ไม่ได้

ด้าน พ.ต.อ.(หญิง) อรนุช ตู้วชิรกุล ผกก.ฝ่ายสารนิเทศ 2 กองบังคับการกองสารนิเทศ (บก.สท.) แถลงว่า ในวันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันตำรวจ ตร.จะจัดพิธีทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตจากการ ปฏิบัติหน้าที่ โดยนิมนต์พระสงฆ์ 147 รูป มาประกอบพิธี ทั้งนี้ ในปีนี้จะได้อุทิศส่วนกุศลให้พี่น้องประชาชนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์อันไม่ พึงปรารถนาในวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมาด้วย

“เดิมกำหนดให้มีพิธีวาง พานพุ่มสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พิธีมอบโล่และเกียรติบัตรหลายรายการ แต่ขอยกเลิกให้เหลือเพียงทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ตำรวจและประชาชนที่เสียชีวิต เท่านั้น” พ.ต.อ.(หญิง) อรนุชกล่าว

“จำลอง”ซัด”บิ๊กจิ๋ว”โกหก

ผู้ สื่อข่าวรายงานกรณีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นัดชุมนุมที่ท้องสนามหลวง โดยจะจัดกิจกรรมรำลึกประชาธิปไตยระหว่างวันที่ 10-14 ตุลาคมนั้น ปรากฏว่าในช่วงเย็นวันที่ 10 ตุลาคม ไม่มีการชุมนุมของกลุ่ม นปช.แต่อย่างใด

ด้านการชุมนุมของกลุ่ม พันธมิตร ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 19.00 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตร ปราศรัยว่า ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ที่ระบุว่า มีการตกลงกับ พล.ต.จำลอง ว่าจะถอนข้อหากบฏให้กับแกนนำกลุ่มพันธมิตร หากกลุ่มพันธมิตรยอมย้ายออกจากทำเนียบภายในวันที่ 23 ตุลาคมนั้น ขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง พล.อ.ชวลิตพูดโกหก ตนไม่เคยบอกว่าจะมีการย้ายออกจากทำเนียบรัฐบาลเพื่อแลกกับการยกเลิกข้อหากบฏ

“พล.อ.ชวลิตพูดโกหก และที่บอกว่าจะไปชุมนุมกันต่อที่บ้านพิษณุโลกนั้น ก็ไม่เป็นความจริง เป็นเรื่องฝันไป เพราะไม่มีความจำเป็นอะไรที่พวกเราจะไปชุมนุมที่บ้านพิษณุโลก” พล.ต.จำลองกล่าว

“สุริยะใส”ชี้”สล้าง”คือแผนขั้นที่2

ด้าน นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตร แถลงที่เวทีมัฆวานรังสรรค์ กรณีที่ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีตรอง อ.ตร.ออกมาประกาศจะยึดทำเนียบรัฐบาลคืนว่า เป็นแผนขั้นที่ 2 หลังจากแผนขั้นที่ 1 ที่เหตุการณ์ในวันที่ 7 ตุลาคมไม่สำเร็จ จากการข่าวทราบว่า พล.ต.อ.สล้างอยากให้เกิดเหตุการณ์เหมือน 6 ตุลา 19 ที่มีการล้อมปราบนักศึกษา โดยจะมีการดีเดย์ในช่วงวันที่ 13-14 ตุลาคมนี้ ซึ่งจะมีการสนธิกำลังทั้งจากตำรวจในและนอกเครื่องแบบ มวลชนที่รัก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมตรี และกุ๊ยนอกรีตที่ต้องคดี ซึ่งยืนยันว่าพันธมิตรจะรักษาทำเนียบไว้เป็นพื้นที่การต่อสู้ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลให้ถึงที่สุด โดยไม่เน้นความรุนแรง

นายสุริยะใส กล่าวว่า วันที่ 13 ตุลาคมนี้ กลุ่มพันธมิตรจะออกรณรงค์ใหญ่ในประเทศเพื่อเปิดโปงกรณี 7 ตุลาคม โดยแกนนำจะนำมวลชนเคลื่อนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและเปิดโปงว่าใครใช้ความรุนแรงกับประชาชน โดยมีการจัดทำซีดีจำนวน 5 แสนแผ่น และหนังสือเกี่ยวกับความจริงของเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม 5 แสนเล่ม ภายใต้ชื่อ “7 ตุลาฯมหาวิปโยค” เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนด้วย

“สนธิ”ปราศรัยถล่ม”อนุพงษ์-จิ๋ว”

เวลา 21.30 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ขึ้นเวทีพันธมิตรในทำเนียบรัฐาล กล่าวโจมตีพล.อ.อนุพงษ์ว่า สิ่งที่ ผบ.ทบ.บอกว่าทหารอยู่เคียงข้างประชาชนไม่จริง เพราะทหารยืนข้างศพประชาชน จึงขอให้ พล.อ.อนุพงษ์ไปดึงข้อความหน้ากองทัพภาคที่ 1 ที่ว่าเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน ให้ดึงคำว่าประชาชนออก เพราะแสลงใจประชาชน พล.อ.อนุพงษ์ถือว่ามีส่วนได้ส่วนเสียกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรับงาน พ.ต.ท.ทักษิณมาในทางลับ และเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ทำลายเกียรติยศทหาร ลำพังเคยเดินตามก้นนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็มากพอแล้ว ยังมายืนข้างหลังนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีก เหมือนยืมเครื่องแบบทหารมาใส่ ขอให้เลิกสร้างภาพ

“วันนี้ลูกชาย พล.อ.อนุพงษ์ก็ยืนอยู่กับนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณที่ประเทศอังกฤษ” นายสนธิกล่าว

นาย สนธิยังกล่าวโจมตี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯที่เพิ่งลาออกจากตำแหน่งไปว่า คืนก่อนสลายการชุมนุมวันที่ 7 ตุลาคม พล.อ.ชวลิตประชุมอยู่ที่ บช.น.แต่กลับมาลาออกภายหลัง แล้วอ้างว่าไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง “ผมขอถามพี่จิ๋วว่า ถ้ามีความเป็นมนุษย์ เมื่อรู้ว่าตำรวจจะสลายประชาชนด้วยแก๊สน้ำตา เหตุใดไม่แถลงข่าวบอกให้ประชาชนทราบ มาแก้ตัววันนี้ไม่สายไปแล้วหรือ” นายสนธิกล่าว

Advertisements

Written by beername

ตุลาคม 11, 2008 ที่ 5:15 pm

เขียนใน ข่าวหน้า1

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: