TH News

ข่าวภาษาไทย

สงครามประชาชน พปช.ปิดเกมหนี”วาระสุดท้าย”

leave a comment »

เหตุการณ์ “7 ตุลาทมิฬ” ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมของ “กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ส่งผลกระทบกับความอยู่รอดของ “รัฐบาลพรรคพลังประชาชน” อย่างปฏิเสธไม่ได้

“ยงยุทธ ติยะไพรัช” เสนาธิการพรรคพลังประชาชนคนใหม่ ประเมินร่วมกับ “111 อดีตแกนนำพรรคพลังประชาชน” ว่า “รัฐบาล” แพ้ราบคาบ จากสาเหตุสำคัญคือไม่ได้เตรียมการรับมือไว้ล่วงหน้า

โดยเฉพาะด้าน “มวลชน” และ “สื่อ” ที่ไม่สามารถ “ต่อกร” กับกลุ่มพันธมิตรได้

จากนั้นจึงมีการจัดทีมและแบ่งส่วนงานกันใหม่ โดยเฉพาะด้าน “สื่อ” ผ่าน “โฆษกพรรค” และ “โฆษกรัฐบาล” รวมทั้ง “สื่อภาครัฐ” หลายส่วน เพื่อรับมือและตอบโต้ “กลุ่มพันธมิตร”

สำหรับ “มวลชน” นั้น แม้วันนี้จะยังเสียเปรียบ “พันธมิตร” อยู่หลายขุม แต่ในทางการเมือง ด้วย “อำนาจ” และ “กระสุน” จาก “เจ้าแม่ใหญ่”แห่ง “วังบัวบาน” ซึ่งรับจะเป็น “เจ้าภาพ” ทั้งหมด

ย่อมไม่ยากเย็นนัก หากจะทำให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้

แต่การจะสร้าง “มวลชน” จำเป็นจะต้องมี “หลักการ” และ “เหตุผล” เพื่อสร้างความชอบธรรมในการเคลื่อนไหว

จึงไม่แปลกที่ “เวทีสนามหลวง” อันเป็นแหล่งหลักของ “แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)” จะวนเวียนพูดถึงแต่เรื่องของการเรียกร้องประชาชนให้ช่วย “รักษาประชาธิปไตย” และต่อต้าน “เผด็จการ” โดยเฉพาะการต่อสู้กับการ “ปฏิวัติ-ยึดอำนาจ” ของ “ทหาร”

โดยเฉพาะการพูดถึงสัญญาณจาก “เหล่าทัพ” ผ่านปากคำและท่าทีที่เปลี่ยนไปของ “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่นจินดา” ออกมาเรียกร้องให้ “รัฐบาล” ทำอะไรสักอย่าง เพื่อรับผิดชอบเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น ไปจนถึงการตบเท้าร่วมพิธีพระราชทานเพลิง น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ ผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตร ที่เสียชีวิตใน “เหตุการณ์ 7 ตุลา” ของ “ผบ.เหล่าทัพ”

ซึ่งมีการมุ่งเป้าไปที่ “ผู้บัญชาการเหล่าทัพคนหนึ่ง” ที่เข้านอกออกใน “บ้านสี่เสาฯ” ขึ้นมา ว่าจะเป็น “ตัวหลัก” ในการดำเนินการยึดอำนาจจาก “รัฐบาลพรรคพลังประชาชน”

แท้จริงแล้วสถานการณ์ประเทศขณะนี้ไม่น่าจะพร้อมที่จะให้เกิดการ “ปฏิวัติ” โดยเฉพาะในระหว่างที่ “ไทย” กำลังมีปัญหาเรื่องชายแดนอย่างหนักกับ “กัมพูชา” จนมีการเคลื่อนกำลังทหารเข้าประจันหน้ากัน หรือแม้แต่ความพร้อม “ภายในประเทศ” ก็ไม่พอที่จะทำให้ “ทหาร” ตัดสินใจปฏิวัติได้โดยง่าย

ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์เองระบุชัดเจนว่า “การปฏิวัติเวลานี้ไม่น่าจะแก้ปัญหาได้ ไม่น่าจะคุ้ม เว้นแต่จะทำแล้ว เอาให้บรรลุขั้นแรกเท่านั้น คือ การหยุดการใช้อำนาจ ผ่อนคลาย แต่ผมสำนึกจะให้แก้ปัญหาทั้งหมดไม่น่ากระทำได้ ทั้งนี้ จุดยืนทหารทุกคนหนักแน่นไม่ปฏิวัติ”

แต่มูลเหตุหลักในการ “เคลื่อนพล” ของ “นปช.” และการเคลื่อนไหวของ “บิ๊กพลังประชาชน” นั้น ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะต้องบล็อค “กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”

เนื่องจาก “บิ๊กพลังประชาชน” มองว่า “พันธมิตร” คือตัวจุดกระแส เร่งปฏิกิริยา และเป็นแบ๊คอัพ เพื่อให้หลาย “องค์กร” ที่อยู่ในข่ายของ “อำนาจเก่า” ที่ยังคงหลงเหลือมาจากการ “รัฐประหาร 19 กันยา” ได้ลงดาบฟัน “พลังประชาชน” และ “บุคคลในรัฐบาล” อยู่หลายครั้ง

ที่ผ่านมาได้เห็นมาแล้ว จากกรณี “สมัคร สุนทรเวช” ที่ต้องกระเด็นตกเก้าอี้ “นายกรัฐมนตรี” ไปเพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งสาวก “สมัคร-ทักษิณ” คิดว่า “ไม่สมศักดิ์ศรี”

ที่สำคัญคือ การเรียกระดมพลบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น 11 ต.ค.ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี หรือนัดใหม่ 1 พ.ย. ที่สนามรัชมังคลากีฬาสถาน และอีกหลายๆ นัดที่จะตามมา ถือได้ว่าเป็น “การเรียกน้ำย่อย” เพื่อแสดง “พลัง-อำนาจ” ของ “มวลชน พปช.” ในช่วงที่ “คดีความ” ต่างๆ ของ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” และ “พรรคพลังประชาชน” กำลังจะถึง “วาระสุดท้าย”

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: